ศรีสะเกษ-หลวงเต้โผล่ ตร.รวบแจ้งข้อหาลักทรัพย์จับสึก

1886

หลวงเต้  หรือ นายบวร เหล่าทะนนท์ ที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ พร้อมตระเวนหลอกลวงประชาชนขอเชิญร่วมบริจาคทำบุญ ฉ้อโกงไปทั่วประเทศ โดยอ้างตัวเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมกาธาตุวรมหาวิหาร เจอโผล่ที่จังหวัดศรีสะเกษ  เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ารวบตัวจากโรงพยาบาล ที่โพสอ้างป่วยขอบริจาคเงิน จับบังคับถอดชุดพระ

วันที่ 27 มีนาคม 2563 พันตำรวจเอก เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผู้กำกับ สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งจากจากแหล่งข่าวว่า พบเจอ “หลวงเต้” หรือ นาย บวร เหล่าทะนนท์ ผู้ที่เคยตกเป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้ ในการแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ อ้างตัวเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะโดนขับไล่ออกจากวัด จากนั้นก็ได้ตระเวนไปขออาศัยอยู่ตามวัดขนาดใหญ่ วัดที่มีชื่อเสียง เน้นวัดที่กำลังมีการก่อสร้าง ก่อนที่จะถ่ายภาพลงเฟส ส่งไปขอรับเงินบริจาคจากประชาชน แต่แจ้งบัญชีเงินฝากที่ให้ทุกคนโอนมาเป็นบัญชีเงินฝากส่วนตัวของตนเอง จนถูกจับได้ว่าฉ้อโกงประชาชน ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม นำไปสึก และต่อมามีคนพบสวมชุดพระสงฆ์มาตระเวนหลอกประชาชน พระ ไปตามวัดต่างๆ นอกจากนี้ยัง เจอยาต้านเชื้อ HIV อีกด้วย ล่าสุดเช้าวันนี้ได้รับแจ้งพบเจอโพสว่าอาพาส ป่วยเป็นไข้โควิด-19 ไม่มีเงินรักษาตน ต้องเข้ารักษาที่ รพ. ประชารักษ์เวชการ จังหวัดศรีสะเกษ  ขอแรงศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์รักษาพระได้กุศลแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามมาจับกุมตัวเพื่อไปสึก ที่วัดเจียงอีศรีมงคลวนาราม วัดเจ้าคณะจังหวัด โดยมีพระครู มงคลนันทสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด ได้ทำการตรวจสอบการเป็นพระ ปรากฎว่า ไม่มีสุทธิ จึงไม่สามารถสึกได้ ก็ขอเพียงถอดชุดพระสงฆ์ ที่แต่งเลียนแบบพระออกแค่นั้นก็พอ จากนั้นนำตัวส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และมีพฤติกรรมฉ้อโกงทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ด้วย

พฤติกรรม หลวงเต้ หรือ นายบวร ยังคงห่มจีวรและตระเวนก่อเหตุหลอกลวง ฉ้อโกงวัดและญาติโยมหลายแห่งทั่วประเทศ โดยอ้างว่าเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จนมีเจ้าอาวาสและญาติโยมโทรศัพท์มาสอบถามและแจ้งเรื่องราวการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง จนอธิบายชี้แจงแทบไม่หวาดไม่ไหว และพระสงฆ์รวมทั้งญาติโยมหลายรายได้โพสต์เตือนภัยในโลกโซเชียล คาดว่านายบวร ไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้อีกจึงย้อนกลับมา จ.นครศรีธรรมราช แต่ไม่กล้ากลับมาที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยไปขอจำวัดที่วัดหน้าพระบรมธาตุ ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จนพระสงฆ์ที่จำได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมโพสต์แจ้งทางโซเชียล นำมาสู่การจับสึกจากพระเป็นผลสำเร็จ

“ทางคณะสงฆ์และวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายบวร โดยการจับสึกอย่างเป็นทางการและออกจากวัดไปเรียบร้อยแล้ว และพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) จะได้เข้าแจ้งต่อนายทะเบียนบ้านวัด เพื่อคัดชื่อพระบวรออกจากทะเบียนบ้านวัด หลังจากนั้นก็ปล่อยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและบรรดาผู้เสียหายที่ต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และในโอกาสต่อไปหากใครพบว่านายบวรยังห่มจีวรอีกก็สามารถแจงเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร กล่าวในที่สุด

ด้าน น.ส.ดุษณี ดีเลิศ ลูกศิษย์วัดเจียงอีศรีมงคลวนาราม เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า พระราชกิตติรังสี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดเจียงอีมงคลวนาราม บอกว่า มีพระมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตนเองเคยอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตนเองจึงอยากรู้ว่าเป็นพระที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจริงมั้ย ตนจึงหาข้อมูลใน Google ตนไปเห็นข้อมูลที่เคยโพสต์ข่าวหลวงเต้ และแฟนของตนจึงได้ไปเล่าให้ท่านเจ้าคณะจังหวัดฟัง และบังเอิญเมื่อวานหลวงเต้คนนี้ไปขโมยโทรศัพท์ของพระที่บวชใหม่ไปปลดล็อคโทรศัพท์ ที่ร้านซ่อมโทรศัพท์ในตัวเมืองศรีสะเกษ จึงขอดูกล้องวงจรปิดของร้านซ่อมโทรศัพท์ พระบวชใหม่รูปนั้นได้ขอให้ตรวจตำแหน่งของโทรศัพท์ตามตำแหน่ง GPS ที่เปิดไว้ จึงทำให้ทราบว่าโทรศัพท์ที่หายไปอยู่ที่ไหน จึงเข้าไปดูที่ร้านซ่อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าของร้านว่า มีพระขโมยโทรศัพท์มา ขอดูกล้องวงจรปิด ถึงได้แจ้งท่านเจ้าคณะจังหวัดให้ทราบ ท่านเจ้าคณะจังหวัดจึงได้เรียกตัวมาสอบสวน แต่หลวงเต้ปฏิเสธ

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ