พายุฤดูร้อนถล่ม อ.ประโคนชัย บุรีรัมย์ พัดบ้าน ยุ้งข้าว คอกสัตว์ พังกว่า 50 หลัง

24

พายุฤดูร้อนถล่ม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ วันเดียว 2 ตำบล พัดบ้านเรือนประชาชน ยุ้งข้าว และคอกสัตว์ พังเสียหาย 54 หลัง รักษาราชการแทนนายอำเภอ พร้อมปลัดอำเภอ คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ จิตอาสา และผู้นำชุมชน รุดตรวจสอบความเสียหาย พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น เร่งสรุปรายงานความเสียหายเสนอจังหวัด ปภ.เร่งช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์

25 มี.ค.63 นายศักดิ์กรินทร์ คูณประโคน ปลัดอาวุโสอำเภอประโคนชัย รักษาราชการแทนนายอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมปลัดอำเภอ คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ จิตอาสา และผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพบ้านเรือนประชาชนที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มได้รับความเสียหาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยจากการสำรวจพบว่า มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุพัดถล่มในพื้นที่ อ.ประโคนชัย วันเดียว 2 ตำบล ได้แก่ ต.ปังกู จำนวน 2 หมู่บ้าน มี บ้านโคกสะอาด หมู่ 8 บ้านบัวโคก หมู่ 14 และ ต.จรเข้มาก จำนวน 3 หมู่บ้าน มี บ้านลำดวน หมู่ 2 , บ้านโคกธาตุ หมู่ 8 และบ้านจระเข้มาก หมู่ 11 ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย 44 หลังคาเรือน บางหลังถูกพายุพัดหลังคาเปิงทั้งหลัง นอกจากนี้ยังมี ยุ้งข้าว ได้รับความเสียหาย 5 หลัง และคอกสัตว์ 5 แห่ง มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 49 หลังคาเรือน 196 ราย

โดย ทางอำเภอประโคนชัย ก็ได้เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากนั้นก็จะได้สรุปความเสียหายเสนอรายงาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

รักษาราชการแทน นายอำเภอประโคนชัย กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่าในช่วงเย็นวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดมีพายุพัดถล่มในพื้นที่อำเภอประโคนชัย 2 ตำบล มีบ้านเรือนราษฎร ยุ้งข้าว และคอกสัตว์ ได้รับความเสียหายรวม 54 หลังคาเรือน ซึ่งเบื้องต้นก็ได้ให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อรายงานอำเภอ ปภ.และจังหวัดทราบ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการต่อไป

“ขอแจ้งเตือนประชาชนได้ติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังเตรียมการรับมือวาตภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงนี้ และควรดำเนินการซ่อมแซมบ้าน โรงเรือน และยุ้งข้าวให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากวาตภัย และขณะเกิดพายุถล่ม หรือมีฝนฟ้าคะนองไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นด้วย” นายศักดิ์กรินทร์ กล่าว