เลย-สสจ.เลยประชุมเฝ้าระวังโรคโควิด-19 กับ 2 เมืองคู่ขนาน สปป.ลาว

63

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 มี.ค. 63 ที่ห้องประชุมโรงแรม เดอะแค้มป์ อ.เชียงคาน จ.เลย นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเลย เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ระหว่างเมืองคู่ขนานสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มี สอ.เชษฐา ขาวประเสริฐ นายอำเภอปากชม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดเลย และอำเภอเชียงคาน และคณะผู้บริหารจาก เมืองหมื่น เมืองชะนะคาม แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นำโดย ท่านบุนช่วง วันสี รองเจ้าเมืองชะนะคาม ดร. ดาวแก้ว สีหลาด หัวหน้าห้องการสาธารณสุขเมืองชะนะคาม ดร.ลำพง ปะทำมะวง ผู้อำนวยการโรงหมอเมืองชะนะคาม ท่านหมอโพคำแสงละดี หัวหน้าห้องการสาธารณสุขเมืองชะนะคาม ดร.เพ็ดสะมอน จันสะหว่าง หัวหน้าหน่วยงานระบาดวิทยาเมืองชะนะคาม ท่านบัวแก้ว พอนไซสะหวัด รองเจ้าเมืองเมืองหมื่น ท่านหมอเซ็งเฉอ ซวซ่า รองหัวหน้าห้องการสาธารณสุขเมืองหมื่น ท่านเกาทาว จู่ซวะ ต่างหน้าอำนวยการโรงหมอเมืองหมื่น และ ดร.แพงดี ไซตือเยยตว หัวหน้าหน่วยงานระบาดวิทยาเมืองหมื่น 10.ท่านสงครามอาถรรพ์หัวหน้าด่านตมบ้านวังเมืองหมื่นเข้าร่วมประชุม

หลังปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่าย นานกว่า 2 ชั่วโมง จึงมีการลงมติ เพื่อดำเนินการหาแนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเลย ฝ่ายไทย และ ท่านบุนช่วง วันสี รองเจ้าเมืองชะนะคาม ร่วมกันแถลงข่าวดังนี้
นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดเลยกล่าวว่า ในฐานะเลขานุการโรคติดต่อจังหวัดเลย ขอสรุปข้อหารือ ซึ่งไม่ใช่การทำ mou เป็นเพียงการหารือระดับท้องถิ่นเท่านั้น เรื่องการคัดกรอง เดิมก่อนที่จะมีการระบาดโรคโควิด-19 เป็นการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ ที่ด่านเชียงคาน และปากชม เดิมมีการคัดกรองแบบสุ่มมีการคัดกรองเพียง 50% แบบสุ่ม หลังจากมีการหารือกันแล้วมีมติให้มีการคัดกรองแบบ 100% เมื่อคัดกรองเรียบร้อยแล้ว เมื่อพบผู้ป่วยที่มีโรคสุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังตามนิยามของโรคติดต่ออันตราย 14 โรค โดยเฉพาะโรคที่ 14 คือโรคโควิด-19 เรามีขบวนการคัดกรองผู้ที่ป่วยหรือผู้ที่สงสัย นอกจากนี้ยังซักซ้อมความเข้าใจใช้โรงพยาบาลของเชียงคานและปากชม เมืองชะนะคามและเมืองหมื่นทางฝั่ง สปป.ลาวทั้งสองเมือง ในฝั่งลาว และ 2 อำเภอในฝั่งไทย มีห้องแยกผู้ป่วยเฉพาะโรคเพียงพอ ซึ่งโรงพยาบาลเลยมีเตียงเพียงพอสำหรับรองรับผู้ป่วยดังกล่าวทั้งสองประเทศ ที่ประชุมยังให้ความมั่นใจว่า เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ของโรคระบาดได้ และในระยะอันใกล้นี้ ทราบว่า ทางสปป.ลาวอาจจะมีการปิดพรมแดนซึ่งเป็นการง่ายขึ้นกับการป้องกันการกระจายโรค อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายมีแนวปฏิบัติตรงกันตกลงร่วมกันว่าถ้ามีกรณีมีเหตุพบผู้ป่วยจริงข้ามแดนทั้งสองฝ่าย ให้แต้ละฝ่ายแจ้งเพื่อมารับคนของฝ่ายตนกลับแดนตนเอง หรือหากมีความประสงค์ ทางสปป.ลาวมีต้องการรักษาพยาบาลประเทศไทย ในจังหวัดเลย ทางเราก็ยินดีที่จะดูแลภายใต้การส่งผ่านข้อมูล ที่มีเครือข่ายเดิมอยู่แล้ว แต่ต้องประสานการบ่อยครั้งเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องทั้ง 2 ประเทศ

ด้านท่านบุญช่วง วันสี เจ้าเมืองลองเจ้าเมืองตัวแทนฝ่ายสปป.ลาวกล่าวว่า ในการหารือเมืองคู่ขนานระหว่างเมืองชะนะคามเมืองกับอำเภอปากชมและอำเภอเชียงคาน เพื่อหาแนวทางป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิด-2019 ซึ่งมีการติดตาม เฝ้าฟัง และประสานงานกันตลอดเวลา ช่วยการติดตามผู้ป่วยและผู้สงสัยคัดกรองตามด่านชายแดนทั้งสองฝ่าย ซึ่งวันนี้ได้มีการปรึกษาหารือกัน และมีมติร่วมกันตามที่ท่านนายแพทย์ปรีดา วรหารกล่าวไปข้างต้น ทางเราขอให้ความมั่นใจว่าจะมีการประสานและติดต่อเมื่อพบผู้ป่วยและผู้สงสัยตามกฎระเบียบกฎหมายของทั้งสองประเทศ จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาการกระจายของโควิด-19 อย่างเต็มความสามารถ

ภาพ/ข่าว บุญชู ศรีไตรภพ จ.เลย