ศรีสะเกษ-ยืนยันไม่มีผู้ติดเชื้อ เพียงเฝ้าระวัง 14 วัน 80 คน

185

จังหวัดศรีสะเกษ เปิดศูนย์ปฎิบัติการตอบโต้สภาวะฉุกเฉินกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโลน่า 2019 หรือ เชื้อโควิด -19 ยืนยันมีผู้ต้องสงสัยที่จะต้องนำตัวมากักเฝ้าดูอาหาร 200 คน ปรากฏว่ายังไม่พบผู้ป่วย ครบกำหนดปล่อยกลับไปแล้วบางส่วน คงเหลือ ไม่ถึง 80 คน

บ่ายของวันที่ 18 มีนาคม 2563 ที่ ห้องประชุมศาลาจังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายแพทย์ วราวุฒิ ชื่นตา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมคณะผู้บริหารด้านสาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้ร่วมกันเปิดศูนย์ปฎิบัติการตอบโต้สภาวะฉุกเฉินกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโลน่า 2019 หรือ เชื้อโควิด -19 เป็นการเร่งด่วนเพื่อเนการเฝ้าระวัง ติดตาม รายงานข้อมูล เพื่อการบริการจัดการ ควบคุมโรค โดยเบื้องต้นได้พบว่ามีผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยต้องเชิญตัวมากักเพื่อเฝ้าดูอาการของเชื้อ 14 วัน จำนวน 200 คน และขณะนี้บางส่วนเฝ้าระวังตรวจสอบครบกำหนดแล้ว ได้อนุญาตให้เดินทางกลับบ้าน ไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้แล้ว ยังคงเหลือเฝ้าดูอาการอีก ราว 80 คน นอกจากนั้นยังได้วางมาตรการเระวัง ตั้งจุดตรวจคัดกรอกผู้คนที่จะเดินทางผ่านจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งการโดยสารทางบก สถานีขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ สถานีรถไฟ ได้มีมาตรการล้างมือทำความสะอาด ติดตั้งป้ายให้ความรู้ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรค จัดปิดทางเดินทำเป็นช่องในการเดินเข้าสู่จุดคัดกรอกก่อนขึ้นรถขบวนรถ และวันนี้ขอยืนว่าจังหวัดศรีสะเกษ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด มาตรการต่างๆ เป็นเพียงการเฝ้าระวังเท่านั้น  

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้ง 12 ฝ่าย ในการโต้ภาวะฉุกเฉิน COVID-19 จังหวัดศรีสะเกษ พบแพียงผู้ต้องสงสัยที่ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ เกือบ 200 คน ซึ่ง่ได้ทำการตรวจรักษาแบบกักตัวรอดูอาการครบ 14 วัน จึงปล่อยตัวกลับไปบางส่วนแล้ว คงรอตรวจสอบเพื่อความชัดเจน 80 ราย  แต่ขอยืนยันว่าจังหวัดศรีสะเกษ ยังไม่มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้โควิด-19 มาตรการต่างๆ ที่ออกมาในช่วงนี้เป็นเพียงการเฝ้าระวัง  และได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ เเละ รพ. สต ได้ตรวจติดตามเฝ้าระวังคนกลับจากต่างประเทศในกลุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ใช้อำนาจทางกฎหมายปิด สนามมวย สนามไก่ชน สถานบันเทิง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค ในที่ชุมชนผู้คน ที่สำคัญ ด่านพรมแดนถาวรช่องสะงำ ได้กำชับเฝ้าระวังอย่าวเข้มข้น และยังไม่มีการสั่งปิดด่านแต่อย่างใด พร้อมกันนี้จะได้กระจายข่าวทางสถานีวิทยุ ในผลการประชุมของศูนย์ ให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลที่ปเนจริง งดการหลงกลข่าวลวง ข่าวลือ ต่างๆ ในทุกๆ วันด้วย

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ