ยะลา-นายกฯ อบต.ยะลา งงเกิดอะไรขึ้นกับหินโบราณพันๆปีถล่ม “ถล่มลงมาเอง หรือ ถูกถล่ม”

40

จากกรณีที่กรมศิลปกากร ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563 โดยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ในขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ในคำประกาศให้มีการลดพื้นที่โบราณสถานเขายะลา จาก 887 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ให้เหลือเพียง 697 ไร่ 75 ตารางวา ซึ่งพบว่าพื้นที่ที่ได้ออกประกาศลดไปมีจำนวน 190 กว่าไร่ สำหรับเขายะลา หรือเขายาลอ เป็นภูเขาหินปูน ที่มีความยาว 2.7 กิโลเมตร ติดกับแนวเขต ต.ยะลา ติดรอยต่อ ต.ลิดล อ.เมืองยะลา จ.ยะลา โดยเขายะลานั้น มีเพิงผาสูงชัน และหินธรรมชาติมากมาย จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากชนิด ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นเขตพื้นที่โบราณสถานภาพเขียนสี (มีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี จากการสำรวจศึกษาโดยเฉพาะของสำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา)

ที่ทางกรมศิลปากร โดย น.อ.อาวุธ ชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากร (ในขณะนั้น)ได้ออกประกาศไว้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2544 ซึ่งจากการประกาศขึ้นทะเบียน เนื่องจากมีการสำรวจพบ จำนวน 3 จุดด้วยกัน ทั้งภาพเขียนสีโบราณ และข้าวของเครื่องใช้โบราณบนเขายะลา

โดยในการประกาศล่าสุดนั้น ทางกรมศิลปากรได้ให้เหตุผลในคำประกาศว่า “ในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนหินอุตสาหกรรม และเพื่อลดเหตุรุนแรงจากสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา นายวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระ และตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขอให้ยกเลิกประกาศกรมศิลปากร ในการแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน ในขอบเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขาจะลา เพื่อคุ้มครองโบราณสถานและทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและชุมชน

วันนี้ 7 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าว ได้เข้าไปในบริเวณเขายาลอดังกล่าวอีกครั้ง หลังจากหลายองค์และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ยะลา ได้เข้าไปติดตามในเรื่องดังกล่าว ทางด้านนายโกมุท มอหาหมัด นายก อบต.บ้านยะลา จ.ยะลา ผู้ซึ่งอยู่ในพื้นที่และติดตามในเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ กล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่รู้ว่าหินถล่ม แต่มันถล่มที่มีข้อสังเกตว่า 2 จุด ซึ่ง 2 จุดนั้นมันห่างพอสมควรประมาณ 2 กิโล หรือ กิโลเมตรกว่าๆของแต่ละจุด และมันก็เจาะจงหินถล่มตรงที่ภาพเขียนนั้นหรือ ซึ่งตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม หินต้องถล่ม ถ้าเป็นเราเลื่อนฉลาดขนาดนี้ลงที่จุดภาพเขียนเลย ที่อื่นไม่ได้มีผลกระทบ แต่เกิดจากที่ 2 จุด  คือ 1.ที่บ้านหัวเขา 2.บนผา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตอแล นั้นแหละเรื่องอื่นๆความเชี่ยวชาญในเรื่องการพิสูจน์อะไรตนก็ไม่ทราบ เพราะตนก็คือชาวบ้าน ตนก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง ทำไมถึงถล่ม แต่รู้อย่างเดี่ยว คือ มันถูกถล่ม ก็ทำให้บางส่วนไปน่าเสียดาย จริงๆ ชาวบ้านก็มาบอกกับผมว่าเสียดายอย่างมาก เพราะว่าเป็นภาพที่เป็นพันๆปีมันถูกถล่มอย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องเสียดาย เป็นเรื่องธรรมดาของชาวบ้าน ถ้ามีไว้มันก็เป็นโอกาสพัฒนาในการสร้างเศรษฐกิจแบบยั่งยืนใน อนาคตได้

ภาพ/ข่าว อะหมัด/มาวันดี/ยะลา