บุรีรัมย์-อดีตผู้ช่วยน้ำตาตกเซ็นค้ำ ผญบ.ซื้อรถกระบะถูกฟ้องยึดที่มรดกพร้อมสวนยางและสิ่งปลูกสร้าง

18

อดีตผู้ช่วย ผญบ.ชาวบุรีรัมย์น้ำตาตก เซ็นค้ำให้ ผญบ.ซื้อรถกระบะ เมื่อปี 58  สุดท้ายถูกบริษัทฟ้องยึดที่ 1 ไร่เศษพร้อมต้นยางพารา และสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง ทั้งที่ยึดรถคืนไปแล้วและไม่ติดค้างค่างวด แต่ ผญบ.ไม่ยอมจ่ายค่าสึกหรอ 36,000 บาทตามที่บริษัทเรียก ไปสอบถาม ผญบ.หลายครั้งบอกแค่ว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองแต่ก็เงียบหาย   วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ   

(22 ก.พ.63)  นายสมบูรณ์  บุญเรืองศรี  อายุ 65 ปี  อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน  ต.สนามชัย  อ.สตึก  จ.บุรีรัมย์   พร้อมนางแป   บุญเรืองศรี   ภรรยา  ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  หลังจากนายสมบูรณ์  ผู้เป็นสามี  ได้เซ็นค้ำประกันให้ผู้ใหญ่บ้านซื้อรถกระบะ ในราคาประมาณ 300,000 กว่าบาท    แต่สุดท้ายกลับถูกทางบริษัทฟ้องยึดทรัพย์สินเป็นที่ดินมรดกตกทอดจากพ่อแม่ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน  พร้อมต้นยางพารา และสิ่งปลูกสร้างจำนวน 2 หลัง  ซึ่งที่ดินบริเวณดังกล่าวปัจจุบันให้ลูกชายสร้างบ้านพักอาศัย  และใช้ทำมาหากินโดยการปลูกยางพารา และเลี้ยงเป็ดเก็บไข่ขาย 

โดยนายสมบูรณ์   อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  เล่าว่า  เมื่อประมาณปี 2558  ผู้ใหญ่บ้านได้มาขอร้องให้ตนเองเซ็นค้ำประกันซื้อรถยนต์กระบะกับเต็นท์รถแห่งหนึ่งให้  ด้วยความที่เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านและคุ้นเคยกันเพราะผู้ใหญ่ก็มีศักดิ์เป็นหลานเขย จึงยอมเซ็นค้ำให้ โดยราคารถประมาณ 300,000 บาทเศษ ดาวน์ประมาณ 20,000 ค่างวดเดือนละ 6,000 บาท   แต่พอผู้ใหญ่บ้านนำมาใช้งานได้ประมาณ 3 – 4 เดือนก็มีปัญหาต้องซ่อมตลอด   จึงแจ้งให้ทางบริษัททราบว่าต้องการจะคืนรถจากนั้นก็มีตัวแทนบริษัทมารับรถยนต์กลับคืนไป   ซึ่งขณะนั้นทางผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ค้างค่างวด  แต่ทางบริษัทบอกว่าต้องจ่ายค่าสึกหรอรถเพิ่มอีก 36,000 บาท    แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมจ่ายเพราะเข้าใจว่าให้รถคืนไปแล้วและก็ไม่ได้ค้างค่างวดด้วย  ทำไมจะต้องจ่ายค่าสึกหรออีก    จากนั้นเมื่อปี 2560  ก็มีหนังสือจากบริษัทไฟแนนท์ส่งมาหาตนเองในฐานะคนค้ำ ประกันเพื่อทวงถามเงินค่าสึกหรอ 36,000 บาทด้วย   ตนจึงได้ไปสอบถามกับทางผู้ใหญ่บ้าน   แต่ผู้ใหญ่บอกแค่ว่าไม่มีปัญหาหรอกเดี๋ยวจัดการเอง  ซึ่งตนก็เชื่อใจคิดว่าผู้ใหญ่คงจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหา    แต่หลังจากนั้นทางบริษัทก็มีหนังสือทวงถามค่าสึกหรอรถพร้อมดอกเบี้ยมาอีกเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,05,000 บาท   แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นทำอะไรได้แต่บอกว่าไม่มีปัญหาเดี๋ยวจัดการเอง 

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562  ก็มีหนังสือจากสำนักงานบังคับคดีมาติดที่หน้าบ้านของลูกชาย  ประกาศแจ้งว่าทางศาลจังหวัดบุรีรัมย์  ได้มีหมายให้บังคับคดียึดทรัพย์สินที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้ว  พร้อมต้นยางพารา และสิ่งปลูกสร้างอีก 2 หลังที่อยู่ในที่ดินดังกล่าวด้วย   ทั้งตนเองและครอบครัวก็ตกใจมาก   จึงรีบนำหมายบังคับคดีไปสอบถามผู้ใหญ่บ้าน    จากนั้นก็ผู้ใหญ่บ้านและตนเองก็ได้ติดต่อสำนักงานบังคับคดีตามที่ได้รับหมาย   ก็ได้รับคำตอบว่าให้หาเงินไปจ่ายให้กับทางบริษัทที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องจำนวน 105,000 บาท  

จากกรณีดังกล่าวตนก็อยากร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอ จังหวัด  หรือศูนย์ดำรงธรรม หาแนวทางช่วยเหลือด้วย  เพราะตนเองไปพูดคุยกับทางผู้ใหญ่บ้านหลายครั้งแล้ว  ก็ไม่ยอมรับผิดชอบนำเงินไปจ่าย  ส่วนตัวเองคงไม่มีปัญญาเงินไปจ่ายเพราะปัจจุบันตนเองและภรรยาก็อาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  และรอเงินจากลูกที่ส่งมาให้ใช้เท่านั้นไม่มีรายได้อะไร   ทุกวันนี้ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะหากถูกยึดที่ดังกล่าวแล้วลูกชายจะเอาที่ดินไหนทำมาหากิน 

ภาพ/ข่าว สุรชัย      พิรักษา  / บุรีรัมย์