เลย-ผู้ว่าฯสั่งทหาร จิตอาสา ผู้นำชุมชน ขึ้นดับไฟป่าบนยอดภูกระดึง

31

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 17 ก.พ.63 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย พร้อมด้วยน่ายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นอภ.ภุกกระดึง นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หน.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ร่วมประชุม เจ้าหน้าที่ หน่วยควบคุมไฟป่าและผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อวางมาตรการเข้มป้องกันและดับไฟป่าบนอุทยานฯภูกระดึง หลังจากถูกไปเผาแล้ว 3,400 ไร่

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อให้กำลังใจ และให้การช่วยเหลือ ควบคุมส่งกำลังเพิ่มเติม ส่งสะเบียงอาหาร เพื่อเปลี่ยนกำลังพลที่กำลังดับไฟป่าที่ไม่ได้หลับนอนมาแล้ว 2 วัน มีการส่งกำลังทหาร 20 นาย กำลัง ชรบ. กำนัน ผู้ใหญ่ บ้าน จิตอาสา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภูกระดึง 100 นาย เพื่อสลับเปลี่ยน ความล้า ของการทำงานทั้ง 2 วัน และนำกำลังที่จะนำไปเสริมไปเก็บแนวไฟที่มอดแล้ว เพื่อเก็บรอยไฟไหม้ ไฟสุมขอนไม้ เศษไม้ที่ยังมีควันไฟและดับไม่สนิท เพื่อป้องกันไฟป่า ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก หากในช่วงบ่ายมีลมแรงและอากาศร้อน ได้มอบเงิน จำนวน 10,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในภารกิจ ดับไฟป่าภูกระดึงครั้งนี้ ให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นกำลังใจ ซึ่งในตอนท้าย ทางผู้ว่าฯ ได้บอกว่า พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าหากมีอะไรที่จะต้องให้รัฐบาลช่วย ก็สามารถร้องขอไปได้ทันที

ทั้งนี้ หลังจากที่ ได้เกิดไฟป่าบนยอดภูกระดึง จุดเริ่มจากขอบแนวรั้วอุทยาน ไต่ขึ้นตามหน้าผา และโหมไหม้ตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และตลอดจนลูกหาบ นักท่องเที่ยว ทุกหน่วยงานที่อยู่บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จุดบริการวังกวาง ร่วม 130 นาย ได้ร่วมกันสกัดไฟป่าไม่ให้ลุกไหม้ลามเข้าพื้นที่ชั้นใน มาถึงที่ทำการบริการนักท่องเที่ยววังกวาง ได้แล้ว โดย ตลอดทั้งวัน ทุกหน่วยงานบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ใช้สรรพกำลังที่มี บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ร่วมกับหน่วยไฟป่าภูกระดึง ลูกหาบ ร้านค้า นักท่องเที่ยว ได้ทำการควบคุมไฟป่า โดยทำการทำแนวกันไฟและเผาสกัดไฟป่าไม่ให้ไหม้ลุกลามจากแนวผา บริเวณผาเมษา หลังแป แนวยาวกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้ ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 พื้นที่เสียหายแบ่งตามแบ่งตามชนิดป่า ป่าสน – ป่าก่อ – และทุ่งหญ้า และจุดที่ 2 ที่ไฟไหม้ คือบริเวณผาหมากดูก ได้ข้ามแนวควบคุมและขยายตัวไปทางสระแก้ว โดยใช้วิธีทำแนวกันไฟและชิงเผากลับจากเส้นทางองค์พระพุทธเมตตา – สระแก้ว – สะพานหิน – สระอโนดาษ โดยคาดว่ามีพื้นที่เสียหายประมาณ 1,400 ไร่ รวม ประมาณ 3,400 ไร่ หนักในรอบ 20 ปี

ด้านนายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย กล่าวว่า การประเมินความเสียหายจากการเกิดไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงพบมีพื้นที่เสียหาย 3,400 ไร่ ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าปฏิบัติการดับไฟป่าในครั้งนี้ และไม่มีทรัพย์สินทางราชการเสียหาย โดยสามารถควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้และจุดที่อาจเสี่ยงเกิดการปะทุได้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาได้ทำแนวกั้นไฟไว้แล้ว และปฏิบัติการชิงเผาเพื่อลดเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกไฟกระโดดข้ามหน้าผาไปได้แล้วลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งและร้อนจัด สำหรับสาเหตุเกิดจากฝีมือมนุษย์ลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ป่าจากบริเวณข้างล่างจนไฟไหม้ลุกลามขึ้นมาบนดอย