สุรินทร์-ตะลึงกันทั้งงาน!!จู่ๆ หญิงก็ทำท่าเหมือนคนแก่โบราณคล้าย”เจ้าพ่อเชียงสง”

119

วันที่ 17 ก.พ.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเชียงสง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีงร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมจัดงานประจำปี “งานเจ้าพ่อเชียงสง” วีรบุรุษแห่งลุ่มลำชี  เพื่อเป็นการเชิดชูวีรบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองลีง    โดยศาสตราจารย์ ดร.พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานในครั้งนี้ และนายคุณากร ปรีชาชนะชัย สส.สุรินทร์ เขต 5 พรรคเพื่อไทย นายวสัน ชิงชนะ หัวหน้าพัฒนาชุมชนจ.สุรินทร์ นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สุรินทร์  มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมเป็นเกียรติการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งภายในงานชาวบ้านได้นำผักพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่นที่ชาวบ้านปลูกเอง มาวางขายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมภายในงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี

ภายในงานได้มาการบวงสรวง “เจ้าพ่อเชียงสง” โดยอาจารย์น้ำผึ้งเมืองสุรินทร์ ขับร้องแบบสดๆ และในระหว่างทำพิธีกรรมอยู่ ร่างอาจารย์น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ก็เหมือนมีจิตวิญญาณของ “เจ้าพ่อเชียงสง”มาประทับร่าง ทำท่าทางเหมือนคนแก่ หาผ้าไหมมาใส่ หาสไบมาผูกหัว หาตะขอหาปะกำมาถือและก็พูดเหมือนคนแก่พูดทั้งภาษากวยและภาษาเขมร ประมาณ10-20นาที จึงจะสงบลง หลังจากนั้นทีมบ้านหนองบัวก็ได้ทำการแสดงรำตำนานคชสารกวยอาเจียงสร้างสีสันตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมยิ่งนัก สักพักหนุ่มขายล็อตตารี่ ล้มฟุบลักษณธเหมือนผีเข้า จนอาจารย์น้ำผึ้งเมืองสุรินทร์  ต้องมารดน้ำมนต์ ปัดเป่าให้จึงกลับมาปกติดังเดิม

สืบเนื่องจากตำบลเมืองลีงนั้น เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของขอมที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง อันเป็นที่มาของชื่อ “เมืองลีง” ซึ่งมีรากฐานมาจากภาษาเขมร ซึ่งออกเสียงว่า “เมืองเลง” หมายถึงเมืองที่ปล่อยหรือเมืองร้างนั่นเอง ต่อมามีชาวกวย ซึ่งอพยพมาจากเมืองอัตปือแสนแป แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งอดีตเคยเป็นอาณาเขตของประเทศไทยมาก่อน ซึ่งชาวกวยนั้นได้ชื่อว่า เป็นกลุ่มชนที่มีความชำนาญในการจับช้างป่ามาเลี้ยงไว้ใช้งาน ได้มาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านเมืองลีง และต่อมาในสมัยอยุธยา ช้างเผือกคู่พระบารมีของสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์ ได้แตกโรงจากอยุธยา และครั้งนั้นเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่ การรวมตัวของสหายร่วมทางในการตามจับช้างเผือกกลับไปถวายพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย ตากะจะ เชียงขัน เชียงฆะ เชียงปุม   เชียงลี เชียงไชย และเชียงสง

ซึ่งในพงศาวดารอีสาน จารึกไว้ว่า “เชียงสง” นั้น หลังจากมีการจับช้างเผือกได้ และนำไปถวายพระเจ้าอยู่หัวแล้ว สหายทุกคนล้วนได้รับฐานันดรศักดิ์ทุกคน มีเพียงเชียงสงเท่านั้นที่ไม่มีฐานันดรศักดิ์ ยังคงอยู่กับชาวบ้านโดยการใช้ชีวิตอย่างสมถะ และอีกด้านหนึ่งของเมืองลีงนั้น นับว่ามีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวหลายแห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่ทรงคุณค่าทั้งสิ้น ทั้งแหล่งท่องเที่ยวสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และกิจกรรมทางน้ำ เนื่องจากมีลำชีไหลผ่าน เป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรม เป็นหมู่บ้านเลี้ยงหมู แหล่งหมูหันเลื่องชื่อ และเกจิชื่อดัง หลวงปู่ดา ตลอดจนศาลเจ้าพ่อเชียงสงอันศักดิ์สิทธิ์

เขมชาติ ชุณหกิจขจร/ รมิตา  สิงหเสรี …ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์