สุรินทร์-ผู้ประกอบการแพท่องเที่ยวขาดรายได้ อีกทั้งปลาเล็กปลาน้อยตายเน่าส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

30

วันที่ 13 ก.พ2563 ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านหมกเต่า หมู่ที่ 8 ต.เบิด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งท้ายหมู่บ้านติดกับลำน้ำห้วยทับทัน และเป็นเขตแดนกั้นระหว่าง จ.สุรินทร์ กับ จ.ศรีสะเกษ โดยมีสะพานคอนกรีตเชื่อมต่อให้ประชาชนสองฝั่งสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย  ซึ่งชาวบ้านที่อยู่กับลำห้วยทับทันนี้ มานับร้อยปีไม่เคยมีปรากฎการณ์น้ำแห้งขอดแบบนี้ให้เห็นเลย

นายสุทัศน์ บุตรดี อายุ 59 ปี เป็นประธานกองทุนหมู่บ้านและผู้บริหารแพประชารัฐบ้านหมกเต่า หมู่ที่ 8 ต.เบิด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เล่าว่า ลำน้ำห้วยทับทันแห้งขอดแบบนี้มาสองปีติดต่อกันคือ เมื่อปี 62 และ ปี 63 แต่ปี 63 นี้ น้ำจะแห้งเร็วมากสาเหตุเกิดจากมีชาวนาทำนาปรังหรือนารอบสองมากกว่าสองเท่าของทุกปีตลอดสายลำน้ำห้วยทับทันคือ ชาวนา อำเภอรัตนบุรี, อำเภอโนนนารายณ์, อำเภอสำโรงทาบ                จ.สุรินทร์ และ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ  จ.ศรีสะเกษ รวมพื้นที่ทำนากว่าหมื่นไร่ มีเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาดความกว้างท่อ 14 นิ้ว ทั้งหมด14 เครื่อง ผลัดเปลี่ยนกันสูบน้ำตลอด24 ชั่วโมงทุกวัน จึงทำให้น้ำในลำห้วยทับทันแห้งอย่างที่เห็น และอีกประเด็นหนึ่งฝายราศีไศลได้เก็บกักน้ำระดับต่ำกว่าทุกปี โดยน้ำในอ่างฯจึงไม่สามารถไหลมาเติมห้วยทับทันได้เหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา

ครั้งนี้ด้านการท่องเที่ยวจากการล่องแพเสียหายนับล้านบาท สิ่งที่น่าเป็นห่วงในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าคือ ชาวบ้านจะไม่มีแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาแน่นอน ตนอยากให้ฝายราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ได้กักน้ำให้สูงกว่านี้และตั้งอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำทั้งภาคประชาชนและส่วนราชการบูรณาการเหมือนเดิมเพื่อพิจารณ์การบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์…รมิตา  สิงหเสรี