สุรินทร์-หนุ่มวัย 23 ปี ธุรกิจครอบครัวเปิดร้านอาหารยังบริการบ่อตกกุ้งและบ่อตกปลาให้ลูกค้าผ่อนคลาย

196

ร้านอาหารบ่อตกปลาสุรินทร์ฟิชชิ่งปาร์ค กิจกรรมผ่อนคลาย ได้เซ็ตคิดเปิดบ่อตกกุ้ง ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ได้มีแค่หนุ่ม ๆ ที่มาประลองฝีมือ แต่ยังมีสาว ๆ ผู้สูงอายุ และเด็ก ๆ ต่างมาสนุกกับการตกกุ้งในบ่อที่ถูกเซ็ตขึ้นมา ภายในร้านอาหารและลูกค้าที่ตกได้จะนำกลับบ้านก็ได้หรือให้ทางร้านมาปรุงเป็นอาหารทานกันในร้านได้แบบอร่อยเลยทีเดียว

สำหรับบ่อตกกุ้งก็เป็นหนึ่งในบ่อที่เซ็ตขึ้นมา บนพื้นที่ของถนนเลียบคลองชลประทานก่อนถึงศูนย์ศิลปชีพด้านข้างของศูนย์ราชการใหม่ รองรับลูกค้าได้ 30 ที่นั่งรอบบ่อ ซึ่งลักษณะการให้บริการ จะเป็นทั้งร้านอาหาร และเป็นบ่อตกกุ้งไว้ในที่เดียวกัน มีอาหารหลากหลายเมนูไว้บริการลูกค้า

นายธนิก  พลังวัฒนกุล อายุ 23 ปี บ้านพักเลขที่ 238 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เจ้าของร้านอาหารบ่อสุรินทร์ฟิชชิ่งปาร์ค เล่าว่า เมื่อหลายปีทางครอบครัวได้เปิดเป็นบ่อปลาเพื่อให้นักกีฬาที่ชื่นชอบตกปลา หรือเข้ากิจกรรมแข่งขันตกปลาได้เข้ามาร่วมแข่งขันหรือผ่อนคลายยามว่าง  ตนจบการศึกษามาก็ได้มาช่วยงานพร้อมกับมีแนวคิดเปิดทำบ่อตกกุ้งพร้อมกับบ่อปลาในที่เดียว เพราะมองว่าแต่เดิมทางร้านก็เปิดบ่อปลาให้ลูกค้าเข้ามานั่งสั่งทานอาหารได้ หรือไม่ผ่อนคลายด้วยการนั่งตกปลาได้ปลาแล้วจะนำกลับบ้านก็ได้ หรือให้ทางร้านปรุงเป็นอาหารนั่งทานกันแบบครอบครัวก็ได้ ตนจึงเริ่มทำบ่อตกกุ้งเหมาะกันมาก   และยังเป็นกิจกรรมสันทนาการหลังจากเลิกงาน หรือในวันหยุด และยังเป็นกิจกรรมของครอบครัว อย่างเช่นภรรยาจะไม่ชอบตกกุ้งก็ตกปลา ผ่อนคลายได้ หรือ ถ้าไม่อยากตกกุ้งยังมีบริการอาหาร เหมือนกับร้านอาหารทั่วไป

สำหรับบ่อตกกุ้งร้านอาหารบ่อสุรินทร์ฟิชชิ่งปาร์คแห่งนี้ เปิดมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ลงทุนไปหลัก 3-4 แสนบาท ได้การตอบรับจากลูกค้าและมีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการไม่แน่นอน ถ้าเป็นวันหยุดก็จะมากหน่อยที่นั่งตกกุ้ง 30 ที่เต็มตลอดในช่วงวันหยุด โดยเปิดให้บริการเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงเวลา 13.00-22.00 น. และวันจันทร์-ศุกร์เวลา 17.00-22.00น. มีรายได้ต่อวันเฉลี่ยวันละ 9,000-10,000 บาท รายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับลูกค้า ลูกค้าประจำมีอยู่ค่อนข้างมาก อย่างบางคนเป็นผู้สูงอายุ ไม่มีกิจกรรมทำที่บ้านว่างก็จะมาวันธรรมดา มานั่งตกกุ้งเพื่อให้คลายเหงา หรือคลายเครียด กลุ่มครอบครัวจะมากันวันหยุดเพื่อมาพักผ่อนทำกิจกรรมผ่อนคลายกัน

นอกจากนี้ ที่จะมัดใจลูกค้าได้ คือ การปล่อยกุ้งลงในบ่อ ซึ่งบ่อของเราถือว่า เราปล่อยกุ้งมากที่สุดบ่อหนึ่ง เพราะวันหนึ่งปล่อยกุ้งมากถึง 40-50 กิโลกรัม เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 กิโลกรัม ไม่นับกุ้งที่เหลือตกค้างในบ่อ ตั้งแต่วันก่อน และในช่วงชั่วโมงที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเยอะประมาณ 1ทุ่มปล่อยกุ้ง 10 กิโลกรัม ช่วงต้นเดือนมีการจัดโปร โดยปล่อยมากถึง 20 กิโลกรัมในช่วงเวลา 1ทุ่ม และหลังจากนั้นปล่อยเพิ่มทุกครึ่งชั่วโมง ไปจนถึงเที่ยงคืน ขนาดกุ้งที่ปล่อยเป็นไซต์ 8-12 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม

ส่วนอัตราค่าบริการ ชั่วโมงละ 100 บาท มีอุปกรณ์ให้ครบ ลูกค้ามาแต่ตัว คันเบ็ดที่จัดให้เป็นคันเบ็ดที่ราคาประมาณ 300 บาท ลูกค้าจะมีฝีมือในการตกแตกต่างกันออกไป บางคนตกเก่งก็ตกได้ถึง 2 กิโลกรัม ก็มี บางคนตกไม่ได้ก็มี แต่เฉลี่ยจะตกได้เขาจึงกลับมาอีก กุ้งที่ได้นำสามารถนำกลับบ้านได้ หรือให้ทางร้านช่วยทำอาหารให้ก็ได้ คิดค่าบริการเมนูละ 80 บาท หรือ ถ้าลูกค้าต้องการขายคืน ยินดีรับซื้อคืนในราคาที่กุ้งตาย ซึ่งถูกกว่า กุ้งเป็นครึ่งหนึ่ง

นายธนิก  พลังวัฒนกุล เล่าถึง แหล่งที่มาของกุ้ง ว่า รับซื้อจากพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อมาจากบ่อกุ้งอีกที่หนึ่ง โดยราคากุ้งไม่แน่นอนแล้วแต่ฤดูกาล ราคามีตั้งแต่ 300 กว่าบาทไปจนถึง 400 กว่าบาท ถ้าเป็นช่วงฤดูกาลที่มีกุ้งออกสู่ท้องตลาดเยอะราคาจะถูกลง ส่วนกุ้งขนาดใหญ่ แบบ 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม ก็มีบ้างช่วงจัดโปรฯ ราคากุ้งกิโลกรัมละ 800 บาท โดยกุ้งที่ได้มาจะมาอนุบาลในบ่อ ก่อนปล่อยประมาณ 3-4 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้กุ้งตกใจ ถ้าปล่อยไปเลยกุ้งจะยังตกใจและไม่กินเบ็ดได้

การทำบ่อตกกุ้ง ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่มีความรู้มาก่อน แต่อาศัยการศึกษาหาความรู้จากการไปใช้บริการบ่อตกกุ้งหลายๆ ที และลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า กุ้งไม่กินเบ็ดเพราะอะไร และจะทำอย่างไรให้กุ้งกินเบ็ด เพราะถ้ากุ้งไม่กินเบ็ด หมายความว่าลูกค้าก็จะไม่มาใช้บริการ หรือกุ้งกินเบ็ดมากเกินไปก็จะขาดทุน ต้องนี้เป็นเทคนิค ส่วนลูกค้าก็จะมีเทคนิคการตกกุ้งอย่างไรเพื่อให้ได้กุ้งเช่นกัน

การทำงานครั้งนี้ผมร่วมกันทำแบบครอบครัว ช่วยกันทำแต่ละหน้าที่ ด้วยตัวเองได้จบมาแล้วไม่รู้จะหางานทำที่ใหน จึงได้เห็นบ่อตกกุ้งในหลายร้าน ผมเลยตัดสินใจ ร่วมทำกับครอบครัวเปิดบ่อตกกุ้ง หันมาทำบ่อตกกุ้งดังกล่าว มีค่าใช้จ่าย ค่าพนักงานดูแลบ่อ และทำอาหารอยู่ประมาณ 4-5 คน และตัวเองกับครอบครัวก็จะมาดูแลด้วยตัวเอง ตลอดตั้งแต่เปิดร้านยันปิดร้าน ทำให้เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

โดยในวันหยุดพักผ่อนแบบนี้ มาตกกุ้ง ทานอาหาร กับครอบครัว บ่อตกกุ้ง ค่าตกชั่วโมงละ 100บาท ตกได้เท่าไหร่ก็เอากลับ หรือจะย่างกินที่นี่ก็ทำได้ ที่สำคัญมีร้านอาหารที่รสชาดดี ตำถั่วหมูกรอบ บอกเลยสู้ได้ทุกร้านจริงๆ อร่อยมาก  หมูกรอบนี่อย่างเด็ด จริงๆ ยังมีอาหารเมนูอีกหลาย ๆ อย่าง หากท่านใดหากิจกรรมยามว่าง ผ่อนคลาย ทำกับครอบครัว พาลูกพาหลานมาตกกุ้ง พิกัดบ่อสุรินทร์ฟิชชิ่ง เส้นอ่างน้ำตา (มาไม่ถูกเปิดกูเกิลแมพ) ค่าบริการชั่วโมงละ 100 บาท หรือโทรสอบถามเส้นทางนายธนิก  พลังวัฒนกุล โทร.087-2551060, 081-07565119ได้ตลอด

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์..รมิตา  สิงหเสรี