ยโสธร-แถลงข่าวจัดงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก

34

วันที่ 24 มกราคม 2563 ที่ศูนย์เรียนรู้ หมู่ 2 ถนนเรืองแสนกรรฐ์ ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร นายสมเพชร  สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย นางสาวมาริสา  สีลาพัฒน์ นายอำเภอมหาชนะชัย และนางจารุวรรณ  บุตรดาสุย  รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานอุบลราชธานี  ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ประจำปี 2563 โดยอำเภอมหาชนะชัย ร่วมกับเทศบาลตำบลฟ้าหยาด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอมหาชนะชัย มีวัตถุปะสงค์เพื่ออนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมและประเพณี อันดีงามของท้องถิ่นให้คงสืบไป และเพื่อความสมัครสมานสามัคคี ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างอาชีพรายได้ให้แก่ประชาชน ได้ทั้งคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยปีนี้ได้รับพระมหากรุณาติคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ การประกวดมาลัยข้าวตอก ประเภท มาลัยสายฝน และมาลัยข้อ จำนวน 2 ถ้วยรางวัล ยังความปลาบปลื้มปิติและภาคภูมิใจ ให้กับพี่น้องชาวอำเอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร อย่างหาที่สุดมิได้

นายสมเพชร  สร้อยสระคู กล่าวว่า งานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เป็นงานประเพณีที่มีหนึ่งเดียวในประเทศไทยและในโลก โดยประวัติความเป็นมาของมาลัยข้าวตอกจัดทำเพื่อนำมาลัยข้าวตอกดอกไม้ไปถวายเป็นพุทธบูชา มีหลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกส่วนที่ว่าด้วยพระสุตันตปิฎก บท ปรินิพพานสูตร กล่าวถึง ดอกมณทารพ ซึ่งเป็นดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีความสวยงามและมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ดอกมณฑารพจะบาน หรือร่วงหล่นลงมายังโลกมนุษย์ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญๆเท่านั้น คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน จาตุรงคสันนิบาต และทรงแสดงธรรมจักรกัปวัตนสูตร ครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ดอกมณฑารพนี้ก็ได้ร่วงหล่นลงมาทั้งก้านและกิ่ง เปรียบเหมือนความเสียอกเสียใจ พิไรรำพันต่อการเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงเหล่าพระภิกษุ ผู้ได้ชื่อว่าอรหันตขีณาสพทั้งหลายด้วย หมู่เหล่าข้าราชบริพารประชาชนทั้งหลาย ได้พากันมาถวายสักการะพระบรมศพ อีกทั้งยังได้พากันเก็บดอกมณฑารพที่ร่วงหล่นลงมา เพื่อไปสักการบูชาและรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธจ้า เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ดอกมณทารพที่เก็บมาสักการะบูชาเริ่มเหี่ยวแห้ง และหมดไป เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ รวมทั้งเหตุการณ์ในวันสำคัญต่าง ๆ ชาวพุทธจึงได้พากันนำเอาข้าวตอกดอกไม้มาสักการะบูชาแทนดอมณฑารพ เพราะถือว่าข้าวเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเป็นของสูงที่มนุษย์จะขาดไม่ได้ การจัดข้าวตอกดอกไม้ไปถวายเป็นพุทธบูชา มีจุดเริ่มตันเมื่อไรนั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ที่อำเภอมหาชนะชัย มีการแห่มาลัยข้าวตอกมานานกว่า 100 ปี โดยจะแห่มาลัยข้าวตอกก่อนวันมาฆบูชา 1 วัน แล้วนำไปถวายเป็นพุทธบูชาที่วัด ปฏิบัติสืบทอดกันมาและพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จากการทำมาลัยข้าวตอกพวงเล็กมีการพัฒนาเป็นพวงขนาดใหญ่ จนกลายเป็นการประกวดประชันกันและได้ยกระดับเป็นการจัดงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกระดับอำเภอ เมื่อปี พ.ศ. 2544 และจัดติอต่อกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้

ขณะเดียวกันชาวบ้านตามชุมชนต่างๆในอำเภอมหาชนะชัย ต่างช่วยกันเร่งมือในการทำมาลัยข้าวตอกขนาดต่างๆให้แล้วเสร็จทันขบวนแห่มาลัยข้าวตอกในงานประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก ประจำปี 2563 โดยได้พากันนำข้าวเปลือกเหนียวใส่หม้อดินตั้งไฟคั่วให้เมล็ดข้าวเปลือกแตกออกเป็นดอกสีขาวสวยงาม ซึ่งไม้ที่ใช้คั่วต้องเป็นก้านกล้วยสดเท่านั้นในการคั่วข้าวจึงจะแตกออกสวยงาม ที่ชาวบ้านเรียกว่าข้าวตอก เพื่อนำข้าวตอกไปร้อยเป็นพวงมาลัยขนาดต่างๆแล้วแต่ต้องการ ก่อนที่จะนำไปประดับตกแต่งบนรถอย่างสวยงามให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะนำเข้าร่วมขบวนแห่ไปตามถนนในเขตเทศบาลตำบลฟ้าหยาด ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 หรือก่อนวันมาฆะบูชา 1 วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาก่อนที่จะนำไปถวายพระและแขวนไว้ในศาลาการเปรียญ วัดหอก่อง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร จนถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันอัฎฐมีบูชาเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวงมาลัยข้าวตอกก็จะถูกปลดลงมาไปเป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆต่อไป

ภาพ/ข่าว  ธงชัย   สุณีศรี     รายงานจากยโสธร