บุรีรัมย์-ผช.ผญบ.วอนเร่งตรวจสอบหลังไปหาหมอตรวจสิทธิรักษาพบชื่อโผล่เป็นนักโทษในเรือนจำ

33

(18 ม.ค.63)   นางสาวศิริพร  อันดี  อายุ 41 ปี  ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านชุมแสง ตำบลทุ่งแสงทอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง   หลังจากมีชื่อไปโผล่เป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยทำผิดกฎหมาย  และตัวก็ยังใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน  จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหา    

โดยนางศิริพร  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  เล่าว่า  เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา  ได้เดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลนางรอง  เพื่อตรวจรักษาอาการปวดชายโครง   แต่ก่อนจะเข้าพบหมอเพื่อตรวจอาการ   ก็ต้องทำเรื่องเพื่อใช้สิทธิ์ในการรักษา  จึงได้แจ้งขอใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค   แต่พอเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้คีย์ตรวจสอบสิทธิในระบบ   กลับแจ้งว่าไม่สามารถใช้สิทธิได้   เนื่องจากมีชื่อผู้ขอใช้สิทธิอยู่แล้ว   ซึ่งผู้ที่ใช้สิทธิ์ มีชื่อ  นามสกุล และเลข 13 หลักตรงกันกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน   แต่ปัจจุบันมีสถานะเป็นผู้ต้องขัง หรือนักโทษอยู่ในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์     ก็ตกใจและแปลใจมากพร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยทำผิดกฎหมายเลย   แต่กลับมีชื่อไปโผล่เป็นนักโทษในเรือนจำ            

และเมื่อเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลตรวจสอบในระบบ     พบว่าผู้ต้องหาที่มีชื่อตรงกัน  ได้ยื่นใช้สิทธิที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หนองหัววัว หมู่ 4  ตำบลเสม็ด  และมีการย้ายไปรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์  และจากการเช็คประวัติการต้องโทษใน  พบว่าผู้ต้องหารายนี้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำบุรีรัมย์  วันที่ 15 สิงหาคม 2562  และจะพ้นโทษ ในวันที่  31 สิงหาคม 2566   

จากกรณีที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่สามารถใช้สิทธิในการรักษาได้  ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง   และไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดปัญหาอะไรบ้าง   จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่า   เกิดความผิดพลาดที่ขั้นตอนไหน  หรือมีการสวมบัตรประชาชนหรือไม่    ซึ่งเบื้องต้นก็ได้แจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.นางรอง แล้ว  และได้นำเรื่องมาแจ้งให้กำนันตำบลทุ่งแสงทองได้รับทราบด้วย    

ด้านนายสมุทร    อิ้วชุมแสง  กำนันตำบลทุ่งแสงทอง   กล่าวว่า    หลังจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ฟัง    ก็รู้สึกแปลกเหมือนกัน   ซึ่งเบื้องต้นก็จะได้รายงานให้ทางอำเภอในฐานะผู้บังคับบัญชาได้รับทราบตามขั้นตอน   เพื่อจะได้ทำการตรวจสอบว่าเกิดความผิดพลาด ในขั้นตอนไหน  เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไข และช่วยเหลือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านต่อไป

ภาพ/ข่าว สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์