หนองคาย-เร่งสูบน้ำโขงเข้านาปรัง

24

เกษตรกรในเขตตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เร่งสูบน้ำโขงเข้านาปรัง ก่อนข้าวในนาได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเข้านาเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดหนองคาย ทำให้ในช่วงนี้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่สูบน้ำจากแม่น้ำโขงหลายแห่ง ได้เร่งสูบน้ำส่งให้กับเกษตรกรในพื้นที่บริการที่ช่วงนี้มีความต้องการใช้น้ำมาก เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่บริการจะทำนาปรังส่วนใหญ่

สถานีสูบน้ำบ้านเนินพระเนาว์ ที่ดำเนินการโดยเทศบาลเมืองหนองคาย ก็เป็นสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่สูบน้ำจากแม่น้ำโขงอีกแห่งหนึ่งที่ช่วงนี้ต้องสูบน้ำโขงส่งให้เกษตรกรในเขตพื้นที่บริการกว่า 2,000 ไร่ทุกวัน ๆ ละไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ทำนาปรัง ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าวกำลังเจริญเติบโตมีความจำเป็นต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงมาก ซึ่งต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในการสูบน้ำชั่วโมงละ 80 บาทเป็นการเพิ่มต้นทุนในการทำนาก็ตาม

นางหนูกาบ พรหมลา อายุ 70 ปี เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบ้านโนนตาลบอกว่า ตนทำนาปรัง ข้าวเหนียวทั้งหมด 10 ไร่ แม้ว่าจะใช้น้ำมากแต่ก็ทำง่ายกว่าการปลูกผักที่ใช้น้ำน้อย ประกอบกับตนและสามีสุขภาพไม่แข็งแรง หากปลูกผักต้องใช้ยาและสารเคมีมากจึงทำไหว แต่การทำนาข้าว หลังจากที่ข้าวเริ่มงอกแล้วก็จะปล่อยน้ำเข้านาข้าว หญ้าก็ไม่เกิด ไม่ต้องใช้ยาหรือสารเคมี ซึ่งใช้เวลาในการทำนาปรังไม่เกิน 4 เดือน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ข้าวเริ่มเจริญเติบโต มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมากต้องไม่ปล่อยให้น้ำในนาแห้ง โดยจะเกษตรกรจะต้องจ่ายค่าไฟชั่วโมงละ 80 บาท ในส่วนของตนพื้นที่นาปรัง 10 ไร่ต้องใช้เวลาปล่อยน้ำเข้านาแต่ละครั้งประมาณ 8 – 9 ชั่วโมง หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ก็จะเหลือเงินพอให้ได้ใช้จ่ายในครอบครัว ข้าวที่ได้หลังจากเก็บเกี่ยวก็ส่งขายโรงสีทันที ไม่มีปัญหาเหมือนการปลูกผักที่ต้องหาตลาดยุ่งยาก.

ภาพ/ข่าว กำธร กองสมบัติ / หนองคาย