ศรีสะเกษ-สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจกว่าพันคน รับฟังคำชี้แจง”โครงการโคเนื้อสร้างชาติ”

349

สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 720 แห่ง กว่าพันคน จาก 22 อำเภอ ของจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมารับฟังคำชี้แจงโครงการ “โคเนื้อสร้างชาติ” จาก เลขาสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าทีร้อยตรี สมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ ทุกคนหวังได้เงินกู้จาก ธ.ก.ส.คนละล้าน ดอกเบี้ยล้านละหนึ่งพันบาทต่อปี

วันที่ 24 ธันวาคม 2562 ที่ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์29 อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีเกษตรกรผู้ที่สนใจ และได้มีการรวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเอาไว้แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 จำนวน 720 กลุ่ม โดยสมาชิกจะมีกลุ่มละประมาณ 10 คน พร้อมด้วยเกษตรกรที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกลุ่ม ที่มีความสนใจ ได้รับการประสานให้เดินทางมาร่วมรับฟังคำชี้แจงโครงการ “โคเนื้อสร้างชาติ” จาก เลขาสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าทีร้อยตรี สมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครฯ พร้อมมีเจ้าหน้าที่จากปศุสัตว์จังหวัด และสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมให้คำชี้แจง โดยเกษตรกรที่เดินทางมาในวันนี้ เพื่อที่จะต้องมารับทราบข้อมูลว่า เงินกู้ วงเงินสินเชื่อที่จะได้จากธนาคารฯ ธ.ก.ส.ตามนโยบายของรัฐบาลที่ออกมา ที่ระบุจะมีการส่งเสริมการเลี้ยงวัว ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่ม 10 ล้านบาท สูงสุดไม่เกินกลุ่มละ 100 ล้านบาทเป็นเช่นไร และจะได้เมื่อใดกันแน่ ได้จริงไหมด้วย

ว่าทีร้อยตรี สมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เดินทางมาด้วยตนเอง เพื่อมาชี้แจงรูปแบบของโครงการ การเข้าร่วมโครงการ การเลี้ยงวัวตามโครงการ การเตรียมแปลงหญ้าที่จะเลี้ยงวัว การจัดทำคอกวัวตามหลักวิชาการ และรายได้จะมาทางไหนบ้าง วัวจะนำไปขายที่ใด ซึ่งข้อมูลช่วงหนึ่ง เลขาฯ กล่าวว่า วัวจะมีนักธุรกิจจากประเทศจีน เดินทางมารับซื้อกันที่หน้าคอก โดยการซื้อแบบการชั่งนำหนัก กิโลกรัมละ 100.-บาท นับว่าเป็นโอกาส หากเกษตรกรใส่ใจในการเลี้ยง จากการซื้อวัวผอมมาเลี้ยงขุนจนโต น้ำหนักได้ ก็จะมีกำไรมากตามตัวไป และเชื่อว่าเกษตรกรในภาคอีสานจะไม่มีปัญหาในการเลี้ยงวัว เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่อยู่คู่กันมานานตั้งแต่สมัยปู่ยา ตายาย ก็หวังจะให้ทุกคนได้มีรายได้หายจนกัน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ( เสื้อชมพู ) ได้ชี้แจงหลักการปศุสัตว์ รวมทั้งวัว อย่างชัดเจน แต่ในส่วนของการรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะได้วงเงินสินเชื่อ จะต้องมีพนักงานธนาคารฯ ธ.ก.ส.มาเป็นผู้ประเมิน พิจารณา กลุ่มนั้นๆ ก่อน ซึ่งเงินกู้ไม่ได้ผ่านมาทางกรมปศุสัตว์โดยตรง แน่นอนว่า สินเชื่อนี้ รัฐบาลได้กำหนดว่า เกษตรกรที่ขอกู้จะต้องชำระดอกเบี้ย ร้อยละ 0.01 ต่อปี หรือ ล้านละ 1 พันบาทเท่านั้น นอกนั้นรัฐบาลเป็นผู้ชดเชยให้เกษตรกรทุกราย ที่ผ่านการอนุมัติให้กู้จาก ธ.ก.ส.

อย่างไรก็ดี แกนนำเกษตรกรที่มาร่วมประชุม อบรม ได้นัดหมายให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ที่ได้เตรียมเอกสารต่างๆ ไว้ครบถ้วนแล้ว ให้นำไปยื่นได้เลยในวันพรุ่งนี้ ( 25 ธค.2562 ) ที่ที่ว่าการอำเภอ และที่ปศุสัตว์อำเภอ นอกจากนั้นก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จะอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ประชาชน ที่จะมีการนัดหมายประชุมอนุมัติโครงการให้กู้เงินสินเชื่อความโครงการนี้เมื่อใด ซึ่งทุกคนจะถือว่าได้ส่งเอกสารต่อรัฐบาลแล้ว จากนั้นผู้ที่มาร่วมประชุมก็ได้แยกย้ายกันเดินทางกลับภูมิลำเนา

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ