อุบลราชธานี-ดำเนินคดีอาญาอดีต ผอ.สพม.29

178

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ดำเนินคดีอาญากับ อดีต ผอ.สพม.29 ตามมาตรา 157,161,162(4) และ 142 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต  (ฉบับสมบูรณ์)

วันที่  3 ธันวาคม 2562 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี นายพิทยา ไชยมงคล อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 เดินทางมามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหากับ พ.ต.ท.เสด็จ
แก้วสิงห์ทองสารวัตร(สอบสวน)สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี กรณีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 นายชาคริต พิมพ์หล่อ อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญากับนายพิทยา ไชยมงคล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ตามมาตรา 157,161,162(4) และ 142 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน 5 ฉบับ จำนวน 22 แผ่น และขอให้พนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบหลักฐานและส่งเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ภายใน 30 วันตามมาตรา 89 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ต่อมาคณะกรรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดให้ดำเนินการตามมาตร 26 (1)  วรรค1 และ 2 และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญากับนายพิทยา ไชยมงคล

ทั้งนี้ นายชาคริต พิมพ์หล่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคมให้การว่าเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561
ได้ยื่นความประสงค์ขอตรวจดูและขอคัดถ่ายสำเนาทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการ กษา(กพ.7) เพื่อประกอบคำร้องขอย้ายประจำปี ตามแบบที่ ก.ค.ศ.กำหนดแต่ปรากฏว่าทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(กพ.7)ได้สูญหาย ไม่สามารถตรวจดูและขอคัดถ่ายได้และได้ทักท้วงหาสาเหตุของการสูญหายเพราะเอกสารดังกล่าวอยู่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29เป็นผู้เก็บรักษาไว้ แต่กลับสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้ตนเองเสียหายและเสียสิทธิ เนื่องจากไม่มีเอกสาร(กพ.7)ประกอบคำร้องขอย้ายตามสิทธิได้ และได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่สภ.เมืองอุบลราชธานี ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 นายชาคริต พิมพ์หล่อ ระบุว่าการที่ ทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กพ.7)สูญหายนั้น เห็นว่านายพิทยา  ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานและเป็นผู้บังคับบัญชาจะต้องดำเนินการตรวจสอบและรีบทำการสืบสวนหรือพิจารณาเป็นเบื้องต้นเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว   แต่ไม่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด ซึ่งการกระทำของนายพิทยาไชยมงคล ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานทำให้เสียหาย ทำลาย
ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆอันเจ้าพนักงานได้รักษาไว้แต่ปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพราะไม่ทำการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นตามกฎหมายอันเป็นหน้าที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายเพราะไม่สามารถใช้ทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการ กษา(กพ.7)ได้ นอกจากนี้นายพิทยา ไชยมงคลได้จัดทำทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กพ.7) ขึ้นมาใหม่ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารต้นฉบับจริงทำการรับรองเป็นหลักฐานอันเป็นเท็จ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายพิทยา ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ในความผิดตามกฎหมายตามมาตรา 157,161,162(4) และ 142
ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริตและขอให้ให้พนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบหลักฐานและส่งเรื่องใคณะกรรมการป.ป.ช.ภายใน 30 วันตามมาตรา 89 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

//////////////////////// วัชรพล(วิชิต)/อุบลราชธานี