บุรีรัมย์-ครูหนุ่มร้องถูกเมียอดีตนาย ตร.หลอกซื้อรถหรู

36

บุรีรัมย์-ครูหนุ่มร้องถูกเมียอดีตนาย ตร.อ้างเป็นเจ้าของบริษัทค้าข้าวหลอกใช้ชื่อถอยรถหรูเป็นหนี้กว่าล้านแจ้ง ตร. 5 โรงพักยังเงียบ

ครูหนุ่มพร้อมแฟนสาวอดีตพนักงานแบงค์ชาว จ.บุรีรัมย์  ร้องถูกภรรยาอดีตนายตำรวจ อ้างเป็นเจ้าของบริษัทค้าข้าว  หลอกใช้ชื่อครูหนุ่มถอยรถหรู บอก 3 เดือนจะปิดให้ และจะรับแฟนเข้าทำงานเสมียนที่บริษัทด้วยจึงหลงเชื่อ สุดท้ายเบี้ยวไม่ยอมส่งงวดถูกไฟแนนซ์ทวงหากไม่จ่ายครูต้องรับภาระหนี้กว่าล้าน   พอตามไปเอารถคืนก็ถูกขู่บุกรุก  หอบหลักฐานแจ้งความ 5 โรงพักแต่ไม่คืบบอกเป็นคดีแพ่งให้ฟ้องเอาเอง

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.62 นายฉัตรชัย  ชัยเสนา  อายุ 35 ปี  ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง  พร้อมด้วย น.ส.พิมพ์อักษร   เรืองเดช   อายุ 28 ปี แฟนสาว  ซึ่งเป็นอดีตพนักงานฝ่ายสินเชื่อ ธนาคารชื่อดัง   ทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ประโคนชัย  จ.บุรีรัมย์   ได้นำเอกสารหลักฐาน ข้อความการแชทสนทนา  ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอความช่วยเหลือ    โดยนายฉัตรชัย  ครูหนุ่ม บอกว่าได้ถูก น.ส.โชติมณี   (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 36 ปี  ภรรยาของอดีตนายตำรวจยศ พ.ต.ท. ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่โรงพักแห่งหนึ่งในจ.สุรินทร์  ทั้งยังอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของบริษัทค้าข้าวชื่อดังด้วย   และยังเคยเป็นลูกค้าของธนาคารที่ น.ส.พิมพ์อักษร  แฟนสาวที่เคยทำงานอยู่    ได้มาหลอกล่อให้แฟนสาว  ใช้ชื่อถอยรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีอาร์วี จากเต็นท์รถให้   โดยอ้างว่าชื่อของตัวเองติดเครดิตบูโรไม่สามารถออกได้     ทั้งยังหลอกล่อว่าหากออกรถให้ได้จะรับ น.ส.พิมพ์อักษร  แฟนสาว  เข้าทำงานเป็นเสมียนที่บริษัทค้าข้าว   ซึ่งตอนนั้น น.ส.พิมพ์อักษร  ก็กำลังตกงานเพราะลาออกจากธนาคารแล้ว   จึงมีความหวังว่าจะได้ทำงาน     แต่พอตรวจสอบแล้วเครดิตของ น.ส.พิมพ์อักษร  กลับไม่ผ่าน    แต่ น.ส.โชติมณี  ภรรยาอดีตนายตำรวจก็ยังคะยั้นคะยอให้ใช้ชื่อของนายฉัตรชัย   ครูหนุ่มแทน    ซึ่งตอนแรกนายฉัตรชัย  ก็อยากจะปฏิเสธเพราะกลัวจะมีปัญหาแต่ด้วยความที่อยากจะให้แฟนได้ทำงาน   ประกอบกับ น.ส.โชติมณี  ก็รับปากว่าภายใน 3 เดือนจะปิดยอดให้ทั้งหมด   จึงยอมตกลงแต่ในใจก็คิดว่าเครดิตไม่น่าจะผ่านอยู่แล้ว    เพราะตนเองก็กู้ธนาคารและยังเป็นหนี้อยู่จำนวนมาก   แต่พอนำเอกสารไปทำเรื่องกลับผ่านก็ยังรู้สึกแปลกใจว่าผ่านได้ยังไง 

หลังจากนั้นก็มีการทำเรื่องซื้อขายรถตามปกติ  โดยใช้ชื่อของนายฉัตรชัย เป็นผู้เช่าซื้อ  หลังจากนั้นก็ส่งมอบรถเมื่อกลางเดือน ก.ค.2562  หลังจากรับมอบรถ น.ส.โชติมณี  ก็เป็นคนนำรถไปใช้งานตลอด  ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร   แต่ น.ส.โชติมณี  ก็ยังไม่เห็นเรียกตัว น.ส.พิมพ์อักษร  เข้าไปทำงานที่บริษัทค้าขายตามที่เคยพูดไว้    กระทั่งเมื่อต้นเดือน พ.ย.2562  ที่ผ่านมา ทางบริษัทไฟแนนซ์ได้โทรมาทวงถามค่างวดรถ บอกว่าค้างค่างวดมา 3 เดือนแล้ว  ซึ่งตามที่ระบุไว้ในสัญญาจะต้องจ่ายงวดละ 11,921 บาท ก็รู้สึกตกใจมาก    จากนั้นครูหนุ่ม และแฟนสาวก็โทรศัพท์ไปสอบถาม น.ส.โชติมณี ว่าทำไมไม่ชำระค่างวดรถ ซึ่ง น.ส.โชติมณี ก็พยายามบ่ายเบี่ยง   กระทั่งตัดสินใจไปที่บ้านของ น.ส.โชติมณี เพื่อจะขอรถคืน  แต่กลับถูกขู่ว่าจะแจ้งกลับฐานบุกรุกด้วย   หลังจากนั้นจึงได้นำเอกสารหลักฐานไปแจ้งความที่โรงพักใน จ.อุบลราชธานี  เพราะเป็นท้องที่ที่ไปซื้อรถมาจากเต็นท์  แต่ตำรวจบอกว่าเกิดเหตุที่ไหนให้ไปแจ้งความที่นั่น  จากนั้นจึงไปแจ้งลงบันทึกไว้ทั้งที่ สภ.พนมดงรัก   สภ.เมืองสุรินทร์  สภ.บ้านกรวด  และ สภ.ประโคนชัน จ.บุรีรัมย์  รวมถึงไปแจ้งกับทางกองปราบฯ  แต่เรื่องก็ยังเงียบ  เจ้าหน้าที่บอกแค่ว่าเป็นคดีแพ่งให้ไปฟ้องร้องเอาเอง     

ทั้งสองจึงได้ตัดสินใจนำเรื่องมาร้องเรียนผ่านสื่อ  เพราะอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้รู้กฎหมายช่วยเหลือด้วย   เพราะหาก น.ส.โชติมณี  ไม่จ่ายงวดก็อยากให้เอารถคืนบริษัท  เพราะหากไม่จ่ายตนจะต้องแบกรับภาระทั้งค่างวด ดอกเบี้ยเป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท  ก็อยากจะให้ ตร.ช่วยติดตามรถคืนให้ด้วย  เพราะเชื่อว่าอาจจะเป็นขบวนการหลอกซื้อรถไปขายประเทศเพื่อนบ้าน และน่าจะมีคนตกเป็นเหยื่อหลายราย

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติ น.ส.โชติมณี  ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของบริษัทค้าข้าว มีคดีถูกฟ้องร้องอยู่ 3 คดี  ส่วน พ.ต.ท.ที่เป็นสามี  ก็มีคดีถูกฟ้องร้องอยู่ 1 คดี 

////////// สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์