สุรินทร์-เกษตรผสมผสานแบบพอเพียงสร้างรายได้อย่างงาม

39

สุรินทร์-ชาวนาตำบลเทพรักษาทำเกษตรผสมผสานแบบพอเพียงใช้พื้นที่ไม่ถึงไร่ ปลูกพืชน้ำน้อย สร้างรายได้อย่างงาม

            วันที่27 พ.ย.62 ที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 3 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย  เขียวขจีตลอดทั้งแปลงซึ่งกำลังออกดอกออกผลสวยงาม เต็มพื้นที่กว้างพอประมาณ จึงจอดรถลงไปสอบถามเจ้าของบ้าน พบกับนายอดิศร สุขอุ้ม อายุ 62  ปีอยู่บ้านเลขที่ 7 บ้านอามุย ซึ่งเป็นเจ้าของที่แปลงดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า หลังเสร็จฤดูทำนาทำไร่ พื้นที่แถวนี้อยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีน้ำจะทำนาปรังหรือปลูกพืชผักอย่างอื่น ชาวบ้านอามุยหลายคนพากันหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย ไว้เก็บขายเป็นอาชีพเสริม ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกัน

            นายอดิศร สุขอุ้ม เล่าต่อไปว่า การปลูกถั่วฟักยาว ฟักทองและบวบปลูกง่าย โตเร็ว ตั้งแต่เริ่มปลูกใช้เวลา 45 วัน ก็เริ่มเก็บผลผลิตส่งขายได้แล้วน้ำไม่ต้องให้มาก หลายๆวันให้ครั้งหนึ่ง โดยวิธีใช้น้ำทางร่องเพื่อควบคุมความชื้นในดิน ปุ๋ยเคมีไม่ใช้เพราะราคาแพงและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ใช้ฮอร์โมนฉีดพ่นอย่างเดียว หลังจากที่ถั่วฟักยาวเริ่มให้ผลผลิตแล้วจะเก็บต่อไปเรื่อยๆ นานเดือนกว่าๆ จึงหมด อยู่กับการดูแลจัดการและวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วปลูกใหม่ ทุกวันนี้ถั่วฟักยาวเริ่มติดออกออกผลตนเก็บผลผลิตได้วันละประมาณ 20 – 30 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 25 – 30 บาท มีรายได้เฉลี่ยวันละ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับผลผลิตที่ออกในช่วงนั้นๆ  โดยตนจะนำไปขายให้กับร้านค้าในชุมชนทุกวัน แต่ถ้าช่วงหน้าฝนราคาจะสูงกว่านี้ เพราะคนปลูกน้อยพื้นที่ต่ำฝนตกมาน้ำท่วมขังปลูกไม่ได้ รากเน่าตายหมดนายอดิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมีที่ดอนน้ำไม่ท่วมแต่เดิมได้ปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยว รายได้ไม่มั่นคงยามที่เศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ทำให้ราคาพืชผลการเกษตรทุกอย่างไม่ดีเท่าที่ควร ตนจึงได้ตัดต้นยางทิ้งแล้วหันมาทำเกษตรผสมผสานแบ่งเป็นพื้นที่สระเลี้ยงปลาจำนวน 5 บ่อ ที่ไว้ปลูกข้าวจำนวน 3 แปลง

ส่วนที่เหลือเนื้อที่ 1 งาน โดยแบ่งเป็นถั่วฟักยาว จำนวน10 แปลง ฟักทองและบวบ อย่างละแปลง ประมาณ 100 ต้น ปลูกรุ่นหนึ่งเก็บได้ตลอดเดือนก็มีรายได้ดีพอสมควร การจะปลูกพืชน้ำน้อยเริ่มตั้งแต่เตรียมดิน ปรับให้เรียบ หาไม้ไผ่และตาข่ายมาทำค้าง ยาวต่อกันไปจนเต็มพื้นที่ที่จะปลูก ซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากร้านค้าพวกอุปกรณ์การเกษตร ตนปลูก 1 งาน ใช้เมล็ดพันธุ์ไม่ถึง 1 กระป๋อง ต้นทุนกระป๋องละร้อยกว่าบาท ถือว่าต้นทุนไม่สูงมากนัก วิธีปลูกใช้วิธีหยอดหลุมละ 2 เมล็ด เป็นการประหยัดต้นทุนได้ดี เมื่อหักลบต้นทุนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในช่วงว่างงานได้เป็นอย่างดี ส่วนเกษตรท่านใดสนใจมาดูงานตนยินดีต้อนรับ โดยทุกวันตนได้พยายามพัฒนาพื้นที่ให้มีความสมบูรณ์ เป็นแลนด์มาร์คสถานที่ท่องเที่ยวดูงานเชิงการเกษตรของตำบลเทพรักษา (นายอดิศร กล่าวทิ้งท้าย)

เขมชาติ ชุณหกิจขจร/ รมิตา  สิงหเสรี …ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์