ศรีสะเกษ-ตำข้าวปุ้นจี่ สืบประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

92

ชาวบ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นชุมชนเผ่าลาว ร่วมสืบสานประเพณี ตำข้าวปุ้นจี่แบบโบราณ สืบสานประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าว ทำบุญใส่บาตร ส่งต่อวัฒนธรรมสู่ นศ.ราชภัฎฯ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ที่ บ้านหว้าน วันพระธาตุสุพรรณหงส์ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านซึ่งเป็นชุมชนเผ่าลาว นำโดย นายวิมล ทองสาย ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านหว้าน ได้ร่วมกันสืบสานประเพณีของชนเผ่า ด้วยการตำข้าวปุ้นจี่แบบโบราณ เพื่อนำมารับประทานในการลงแขกเกี่ยวข้าว อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น ส่งต่อให้กับ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ซึ่งคำว่า ข้าวปุ้นจี่ ก็คือ การบีบขนมจีนแบบโบราณ ที่ชาวบ้านเรียกว่า ข้าวปุ้น โดยการนำแป้งมาหมักไว้ 1 คืน จากนั้นนำมาต้ม และนำแป้งมาตำ นวดให้เข้าที่ นำมาลงที่เป้า หรือ ชาวบ้านเรียกโบก ก่อนที่จะใช้กระบอกกดลงไปที่โบก แป้งก็จะไหลผ่านรูลงมาที่ปิ๊บที่ต้มน้ำร้อนรองเอาไว้ เส้นแป้งที่ไหลผ่านรูลงมา ก็จะเป็นเส้นขนมจีน นำขึ้นมาจับเป็นตับๆ ทำน้ำยา นำมาทาน ซึ่งแป้งที่ตำแล้ว นวดแล้ว ก็สามารถนำมาทำเป็นแผ่นบางๆ นำมาย่าง หรือชาวบ้านเรียกจี่ไฟร้อนพอดี ก็จะได้ทานแป้งขนมจีน หรือแป้งจี่นั้นเอง อร่อยมาก คล้ายแป้งรองพีชซ่า หาทานไม่ได้ง่ายนัก โดยชาวบ้านหว้าน ก็จะทำกันในช่วงการลงแขกเกี่ยวข้าว ฝ่ายทำข้ามจีนก็ทำ พวกที่ไปลงแขกเกี่ยวข้าวก็ลงไปเกี่ยว จากนั้นก็มาพักทานข้าวปั้น หรือทานขนมจีนด้วยกัน สนุกสนานตามประเพณี พร้อมกันนี้ในทุกวันอาทิตย์ก็จะมีประเพณี สวมโสร่ง นุ่งซิ่นผ้าไทย มาสวดมนต์ ทำบุญใส่บาตร ไหว้พระธาตุสุพรรณหงส์ ในทุกวันอาทิตย์ เป็นปกติด้วยอยู่แล้ว

โดยในวันนี้ ได้มี นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ, นายทิวา รุ้งแก้ว ประธานพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุรพล ตั้งคณสกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ, คณะกรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ที่เดินทางมาร่วมกันสืบสานประเพณี ตำข้าวปุ้นจี่แบบโบราณ ร่วมทานข้าวปุ้นจี่ ทานขนมจีน สืบสานประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าว นุ่งผ้าไทยมาทำบุญใส่บาตร ซึ่งมี พระใบฎีกาสมศักดิ์ อุชุจาโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสุพรรณหงส์ นำคณะสงฆ์ร่วมสัมโมนิยคาถา รับบิณทบาตรหน้าพระธาตุ ตลาดโบราณบ้านหว้าน

//////////////////////