ศรีสะเกษ-กราบหลวงปู่ห้วย เกจิอีสานใต้ ขอตรวจเพลิงกุฎิไม้สักทอง

133

ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจ ได้เข้ากราบหลวงปู่ห้วย เกจิอาจารย์ชื่อดังอีสานใต้ ขอเข้าตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้กุฎิไม้สักทอง มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ที่อยู่ๆ ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ วอนไปทั้งหลัง

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่ วัดป่าประชารังสรรค์ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอห้วยทับทัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจ ภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ สภ.ห้วยทับทัน ปกครองอำเภอห้วยทับทัน คณะสงฆ์ ได้เข้ากราบหลวงปู่ห้วย เกจิอาจารย์ชื่อดังทางอีสานใต้ ที่กระท่อมหญ้าคาภายในวัดป่าฯ ห่างจากกุฎิไม้สักทองที่ถูกเพลิงไหม้ไปเพียง 200 เมตร จากการที่เมื่อ 3 นาฬิกา ของวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ได้เกิดแพลิงไหม้กุฎิไม้สักทอง มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท หลังดังกล่าวขึ้น เพื่อเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ที่ทำให้พระเณรวิ่งตักน้ำดับเพลิง และยังวิ่งหนีเพลิงที่กำลังลุกไหม้กันอลม่านในช่วงใกล้จะรุ่งสาง

โดย นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า พอทราบข่าวว่าเกิดเพลิงไหม้กุฎิไม้สักทองของวัดป่าประชารังสรรค์ ซึ่งเป็นวัดของหลวงปู่ห้วย เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง และมีศรัทธาประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากหลวงปู่ห้วย เป็นพระนักปฎิบัติโดยแท้จริง มุ่งจิตละทางโลก หลังพึ่งนิพพาน สอนเพียงอย่างเดียวคือให้ประชาชน ญาติโยม ละเว้นในสิ่งต่างๆ ที่ไม่ใช้ของตัว ไม่ใช่ของตน เพระทุกอย่างไม่ใช้ตัวตนของเรา สักวันเราก็จะต้องคืนเขาไป จะเอาสิ่งไปได้ไม่ แต่วานนี้ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฎิของหลวงปู่ ตนก็เลยมาแวะกราบหลวงปู่ มาขอตรวจสอบดูรายละเอียดว่าเกิดจากอะไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง และเจ้าหน้าที่วิทยาการตำรวจก็ได้มาตรวจสอบหาสาเหตุไปแล้ว ทราบว่าเบื้องต้นจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะสายไฟฟ้าเก่ามาก นับตั้งแต่สร้างกุฎิมากว่า 20 ปี สร้างด้วยเสาปูน นอกนั้นเป็นไม้สักทองทั้งหลัง ทั้งหน้าต่าง ประตู ฝ้าเพดาน คาน ตง หลังคามุงกระเบื้อง ไม่เคยตรวจสอบเปลี่ยนใหม่ ซึ่งจะต้องรอเจ้าหน้าที่แจ้งผลมาอย่างชัดเจนอีกครั้ง ทุกคนก็เป็นห่วงหลวงปู่ และเมื่อทราบว่า หลวงปู่ไม่เป็นอะไรทุกคนก็สบายใจ ต่างแห่มากราบไหว้ขอพร และมาเยี่ยมหลวงปู่กันจำนวนมาก ซึ่งอนาคตก็คงจะต้องร่วมกับศรัทธาของหลวงปู่ สร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ได้

อย่างไรก็ดี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ยังฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับบ้านเรือนพี่น้องประชาน หรือแม้แต่วัดก็เช่นกัน ควรที่จะมีการตรวจสอบสายไฟฟ้า หากพบว่ามีสภาพที่เก่าแล้ว นานแล้ว ก็ควรที่จะรื้อเปลี่ยนใหม่ เพราะหากเกิดเหตุก็จะไม่คุ้มค่าที่จะปล่อยตามสภาพ และก็ใช้ไป เพราะไฟไหม้จะหมดตัวกว่าโจรปล้น

////////////////////