รมช.มท.ลงพื้นที่101ตรวจสอบเร่งรัดการแก้ปัญหาอุทกภัยหลังน้ำลด เผยรัฐฯมีเงิน7600ล้านพร้อมจ่ายเยียายาผู้ประสบภัยทั้ง 32 จวทั่วประเทศให้เสร็จได้ใน60วันหากผ่านการตรววจสอบชัดเจนจากอปท.ทุกแห่งทั่วประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคลศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ตรวจติดตามการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายวันชัยคงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอ ทั้ง 20 อำเภอ ให้การต้อนรับ

โดย นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รายงาน ถึงความเสียหายเนื่องจากเกิดอุทกภัยของจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านอุทกภัยจำนวน 20 อำเภอ 179 ตำบล 2,193 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 870,712 ไร่ เสียหาย 863,712 ไร่ พืชสวน 2,250 ไร่ พืชไร่ 4,750 ไร่ บ่อกุ้ง 31บ่อ บ่อปลา 659 บ่อ ไก่ 600 ตัวสุกร 44 ตัว โรงเรียนได้รับผลกระทบ 216 แห่ง โรงพยาบาล 2 แห่ง สถานที่ราชการ 12 แห่งวัด 35 แห่ง คอกสัตว์ 50 แห่ง ยุ้งข้าว 100 แห่ง ถนน 695 สาย พนังกั้นดิน 32 แห่ง สะพาน 13 แห่ง คอสะพานแห่งสาย 10 แห่ง มีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 ราย

ด้านการช่วยเหลือเยียวยาได้มีการมอบถุงยังชีพพระราชทาน และจังหวัดได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ จัดหาสุขาเคลื่อนที่ และแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่น้ำท่วมขัง ภาครัฐและเอกชนได้นำถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเยียวยา ด้านการเกษตรประมง พืช หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สำรวจความเสียหายและประชาคมชุมชนหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบความเสียหาย นอกจากนี้รัฐบาลได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับพื้นที่ที่ทำนาปรังได้ ส่วนพื้นที่ไม่สามารถทำได้จะดำเนินการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชในระยะสั้นเพื่อปลูกทดแทน ส่วนการช่วยเหลือเยียวยา ครอบครัวละ 5,000 บาท จำนวน 1,407 ครัวเรือน ช่วยเหลือกรณีบ้านเรือนเสียหายจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ได้สำรวจแล้วจำนวน 1,840 หลังแยกเป็นเสียหายมาก 12 หลังเสียหายน้อย 1,828 หลัง ส่วนกรณีมีทรายทับถมดินที่นาข้าวมีพื้นที่จำนวน 625 ไร่เกษตรกร 86 ราย ในพื้นที่ 4 ตำบล 13 หมู่บ้านซึ่งเกษตรกรได้ขอรับเงินชดเชยไร่ละ 7,000 บาท รวม 383 ไร่ และมีเกษตรกรที่มีความประสงค์ให้ทางราชการนำทรายออกไปจำนวน 242 ไร่ ซึ่งทางจังหวัดได้เร่งรัด และนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาแล้ว

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย การลงมาพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อมาเร่งรัดติดตาม รายละเอียดและผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ได้รับความเสียหายให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามเป้าหมายของรัฐบาล ที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยา ครอบครัวละ 5,000 บาทกับผู้ประสบภัย ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วหลังจากที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ให้กรมป้องกันและบรรเทาสารภัย เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย รายละ 5,000 บาท รอเพียงการรายงานจำนวนครัวเรือน และพื้นที่ประสบภัยเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือเช่นเดียวกับพื้นที่ประสบภัย 32 จังหวัดทั่วประเทศ

ซึ่งมีการโอนเงิน 7,200 ล้าน ให้ไว้ที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือแล้ว  รอเพียงการตรวจสอบจากทุกพื้นที่โดย อปท.รายงานให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 32 จังหวัด ตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนส่งไปยังกรมป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้ครับเรือนละ 5000 บาท โดยไม่จ่ายเงินสด ด้วยการโอนเงินพร้อมเพย์ ผ่านธนาคารออมสินไปยังผู้ประสบภัยโดยตรง  เพื่อป้องกันการรั่วไหล และทำด้วยความรอบคอบ ซึ่งกำขัยว่าเมื่อเอกสารถูกต้อง จะต้องได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว ภายใน 60 วัน โดยเงินส่วนของการจ่ายช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประสบภัย 5,000 ล้าน รอเพียงการการรายงานข้อมูลความเสียหายผ่าน อปท.110 แห่งแล้ว ก็จะแก้ปัญหาเยียวยาให้กับทุกครัวเรือนที่ประสบภัยทันที

สำหรับการ ลงมาเร่งรัดจังหวัดร้อยเอ็ด ที่นับเป็นหนึ่งใน จังหวัดที่ประสบภัยรุนแรง เช่น 32 จังหวัด ที่มีงบช่วยเหลือทั้งเยียวยาและความเสียหายด้านการเกษตรด้วยรวม  กว่า 7200 ล้านบาท เพื่อต้องให้ความช่วยเหลือ ให้เร็วที่สุด

เพราะ ส่วนสำหรับจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งหลังจากน้ำลดลง มีปัญหาทรายถมที่นา ก็เร่งให้จังหวัดเร่งรัดช่วยเหลือ ตามที่มีการตรวจสอบพื้นที่ความเสียหายไว้แล้ว กำชับให้เร่งดำเนินการตามระเบียบของการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ตามระเบียบในด้านของการจ่ายเงินเพื่อการฟื้นฟูสภาพนาที่ทรายถม ไร่ละ 7000 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ ให้เป็นตามความต้องการหากผ่านการประชาคมแล้ว ว่าจะรับเงินไปแก้ปัญหาเอง หรือจะขอให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐและทหารฟื้นฟูสภาพที่นาให้กลับมาอยู่ในสภาพทำนาได้เหมือนเดิม ก็ให้ดำเนินการไปตามข้อตกลงและตรงความต้องการเจ้าของนาเพื่อป้องกันการร้องเรียน

สำหรับปัญหาด้านการโอนเงินเยียวยาผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อความโปร่งใสในส่วนผู้ประสบภัยทั่วไปรายละ 5000 บาท ซึ่งพบว่าเช่นที่ร้อยเอ็ด มีผู้ประสบภัยแต่อาศัยในที่ดินที่ไม่สามารถออกเลขบ้านให้ ร้องว่ารัฐไม่ให้ความช่วยเหลือนั้น เรื่องนี้ได้ขอให้ อปท.ประสานกันแกนนำชุมชน กำนัน ผญบ. ร่วมกันตรวจสอบและบันทึกยืนยันว่ามีอยู่ และมีตัวตนจริง ก็ให้ทำหนังสือยืนยันมา เพื่อให้รับความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบรายละ 5000 บาทด้วย หากมีความชัดเจนอยู่จริง

พร้อมกันนั้นยังแสดงความชื่นขมด้านการดูแลแก้ปัญหาด้านการแจกถุงยังชีพเยียวยาผู้ประสบภัยของสำนักงานเหล่ากาชาดและปภ.และอื่นๆนั้นนับว่าทั่วถึง  แต่ได้กำชับให้ติดตามตรวจสอบควรมเดือดร้อนของผู้ประสบภัยเป็นระยะ หากมีความเดือดร้อนและยังไม่คลี่คลายให้เข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการร้องเรียนว่า รัฐบาลทอดทิ้งการดูแลด้านการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เน้นให้ความช่วยเหลือจนกว่าจะพ้นวิกฤติ..

“และเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน โดยได้กล่าวว่า นอกเหนือจากเงินงบประมาณเยียวยาทุกด้าน 72000 ล้านเพื่อการเยียวยาทุกด้านแล้ว รัฐบาล โดยสำนักนายกรัฐมนตรีก็ยังมีเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่งซึ่งทั้งนี้ ยังมีเงินอีกก้อนนึงกรณีในส่วนที่บ้านเรือนเสียหายคนเสียชีวิตก็ยังสามารถที่จะจัดสรรเงินเข้ามาให้ความช่วยเหลือหรือแม้แต่พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายก็ยังมีระเบียบของกระทรวงการคลัง ที่จะช่วยเหลือได้ตามเกณฑ์ความเสียหายทางด้านการเกษตรซึ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดก็ได้ในการทำเรื่องขยายวงเงินช่วยเหลือจาก 20 ล้านเป็น 100 ล้านบาทเพื่อการช่วยเหลือเยียวยาตามเป้าหมายของรัฐบาลที่จะช่วยดูแลความเดือดร้อนของประชาชนให้ครอบคลุม ทุกท่านได้แล้วซึ่งการดำเนินการให้ความช่วยเหลือต้องยืนอยู่บนความถูกต้องและหากไม่ผิดระเบียบ การเบิกจ่ายเงิน ของทางราชการ เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนก็ให้พร้อมที่จะดำเนินการได้ในทันที” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าว.

แสดงความคิดเห็น