ย้อนรอยยางมะตอยลวกแขนน้องต้นหนาว แขนเป็นบาดเผลเหวอะหวะ  นิ้วมือหยิกงอเสี่ยงพิการ ขณะที่แม่และเพื่อนยืนยัน อดีต ผอ.ใช้งานให้ถือถังใส่ยางมะตอยร้อนๆ ก่อนเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนจริง วอน ผอ.ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเป็นคนใช้งานเด็ก และต้องการเงินเยียวยาเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น

จากกรณีแม่ชาว จ.กาฬสินธุ์ นำลูกชายวัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด  ให้ช่วยตามตัวอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนมารับผิดชอบ หลังใช้งานลูกชายหิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยร้อนที่ต้มใหม่ๆไปเทอุดรอยแยกของถนนภายในโรงเรียน ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก  เป็นบาดแผลฉกรรจ์ และนิ้วงอ ส่อพิการ ซึ่งผ่านมา 2 เดือนเศษ ตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้ หวั่นลูกชายพิการ เพราะไม่มีเงินรักษา และอดีต ผอ.เกษียณราชการไปแล้ว ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 43 บ้านหนองพอก หมู่ 2 ต.สะอาดไชยศรี อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางอนงค์ บุปผารักษ์ อายุ 41 ปี มารดาน้องต้นหนาว หรือ ด.ช.สรวิศ  พงษ์สวัสดิ์ อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนขวา ฝ่ามือ และนิ้วมือด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ นิ้วมือหยิกงอ ผิดรูป ได้มีญาติพี่น้อง เข้ามาเยี่ยมและสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วงและสงสาร พร้อมยืนยันว่า อดีต ผอ.โรงเรียน เป็นคนใช้งานน้องต้นหนาวถือถังยางมะตอยจนทำให้ยางมะตอยลวกได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่ได้เข้ามารับผิดชอบแต่อย่างใด

โดยในวันนี้น้องต้นหนาวไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจากปิดเทอม ซึ่งนางอนงค์และน้องต้นหนาว ได้นำเสื้อลูกเสือ ที่น้องต้นหนาวสวมใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งยังมียางมะตอยติดแน่นอยู่ที่เสื้อมาเป็นหลักฐาน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ญาติฟัง ทั้งนี้ต่างมีความเห็นว่า อดีต ผอ.ใช้งานเด็กเกินเหตุ และไม่ควรเรียกใช้งานแบบนี้ เนื่องจากงานต้มยางมะตอยเดือดๆแล้วให้เด็กนำไปเทนั้น ถือเป็นงานที่เสี่ยงและอันตรายสำหรับเด็กอายุเพียง 10 ปี และเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เป็นการออกคำสั่งกับเด็กวัยเพียง 10 ขวบที่ประมาท ขาดความระมัดระวัง

จากนั้นนางอนงค์และ ด.ช.ต้นหนาว ได้พาญาติไปดูสถานที่เกิดเหตุ บริเวณถนนหน้าอาคารเรียนภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดที่มีการก่อไฟต้มยางมะตอย ส่วนถังสีเหล็กที่ต้มยางมะตอย ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกทิ้งไว้ในคลองน้ำใกล้กับจุดที่ต้ม มีผู้นำเก็บไปแล้ว  พร้อมจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีเพื่อนๆของน้องต้นหนาวหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมให้ข้อมูล และยืนยันว่าในวันเกิดเหตุผอ.เรียกน้องต้นหนาวไปใช้งาน โดยใช้ให้ถือแกนลอนน้ำมันปาดครึ่งที่มียางมะตอยที่เพิ่งต้มเดือดๆและร้อนเดินไปส่งให้กับผอ.เพื่อเทอุดร่องถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน แต่ระหว่างทางแกนลอนน้ำมัน ซึ่งเป็นพลาสติกทนความร้อนไม่ได้ฝาหลุดออก ก่อนที่จะและไหลลวงแขนและมือของน้องต้นหนาวจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

โดยน้องต้นหนาว กล่าวว่า วันเกิดเหตุ อดีต ผอ.เรียกตนไปถือแกนลอนถังใส่ยางมะตอยจริง โดยอดีต ผอ.ได้เทน้ำยางมะตอยที่ร้อนๆนั้น ใส่แกนลอนพลาสติกที่ตัดครึ่ง ลักษณะเหมือนกระบวยปากแหลม แล้วให้เดินถือไปยังจุดที่จะซ่อมแซมถนน  ซึ่งพอเดินไปได้ประมาณ 15 เมตร ก็รู้สึกหนักและร้อนที่มือ อีกทั้งแกนลอนพลาสติกทนความร้อนไม่ไหวก็หดตัวและฝาจึงหลดออกทำให้ยางมะตอยไหลและกระเด็นมาถูกต้นแขน ราดลงตามแขน และนิ้วดังกล่าว โชคดีที่ไม่กระเด็นถูกใบหน้า ซึ่งอาจจะทำให้ตาบอดได้

ด้าน ด.ช.เบส เพื่อนน้องต้นหนาว กล่าวว่า ตนเห็นเหตุการณ์ที่ต้นหนาวถือแกนลอนใส่ยางมะตอยตลอด หลังจาก ผอ.เรียกใช้ พอเกิดอุบัติเหตุก็ตกใจมาก  และพอต้นหนาวเรียกให้เข้าไปช่วยล้างยางมะตอยออกจากแขน ก็ช่วยกันแกะคราบยางมะตอยออก เห็นผิวหนังลอกออกก็ยิ่งตกใจมาก  รู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปกับเพื่อนมาก  เพื่อนคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ก็ตกใจ  จากนั้นอดีต ผอ.ก็พาต้นหนาวไปโรงพยาบาลดอนจาน

ขณะที่นางอนงค์ มารดาน้องต้นหนาว กล่าวว่า หลังจากเจรจากับอดีต ผอ.ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอดอนจาน เมื่อวันที่  12 กันยายนที่ผ่าน ไม่สามารถตกลงกันได้ ถึงวันนี้ อดีต ผอ.ก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ตนกับน้องต้นหนาวก็ได้แต่รอและให้โอกาสที่อดีต ผอ.จะมาเยียวยา เพราะต้องนำไปเป็นค่ารักษาของน้อง ที่จะต้องพาเดินทางไปทำการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เพื่อรักษาแผลที่แขน ไม่ติดเชื้ออักเสบ

นางอนงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้นอกจามีแผลที่แขนแล้ว ยังทำให้นิ้วนางและนิ้วก้อยมือข้างซ้ายของน้องต้นหนาวงอไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เหมือนกับคนพิการอีกด้วย  ตนเกรงว่าจะไม่สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการได้ในอนาคต ที่น้องต้นหนาวหวังไว้ว่าในอนาคตอยากเป็นตำรวจ จึงได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ช่วยตามตัวอดีต ผอ.มาเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ก็ยังเงียบหาย ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังรออยู่ พร้อมเปิดโอกาสให้เปิดใจพูดคุยเพื่อหาข้อยุติ เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องต้นหนาว และวันพรุ่งนี้ก็จะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นอีก เพื่อให้หมอตรวจและนัดผ่าตัดนิ้วต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบถามน้องต้นหนาวและเพื่อนๆที่เห็นเหตุการณ์  ยืนยันอดีต ผอ.ใช้งานน้องต้นหนาวจริง ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็จะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบตามที่ผู้เสียหายเรียกร้อง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว พยายามติดต่อนายธีระพงษ์ ลาภบุญเรือง อดีต ผอ.โรงเรียนหนองพอกวิทยายน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และอยากทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะมีการนัดเจรจากับฝ่ายผู้ปกครองน้องต้นหนาวหรือไม่  ซึ่งนายธีระพงษ์ ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่สะดวกที่จะสามารถให้ข้อมูลได้

ญาติพี่น้อง เข้ามาเยี่ยมและสอบถามอาการน้องต้นหนาว ที่ถูกน้ำต้มยางมะตอยลวก ด้วยความเป็นห่วงและสงสาร พร้อมยืนยันว่า อดีต ผอ.โรงเรียน เป็นคนใช้งานน้องต้นหนาวถือถังยางมะตอยจนทำให้ยางมะตอยลวกได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่ได้เข้ามารับผิดชอบแต่อย่างใด

//////////////// ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์

แสดงความคิดเห็น