บุรีรัมย์-แม่พริตตี้สาวเผยเคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวกำมะลอครั้งเดียวเชื่อเจตนาหลอกลูกสาวแต่งงาน

96

แม่พริตตี้สาวชาวบุรีรัมย์ เรียกร้องให้เจ้าบ่าวกำมะลออ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงานจนเป็นหนี้กว่า 3.5 ล้าน ออกมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายจัดงานทั้งหมด เชื่อมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก เผยเคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวก่อนขอลูกแต่งงานครั้งเดียว ยันครอบครัวไม่มีใครรู้รายละเอียดจัดงานแค่ไปร่วมงานแต่งในฐานะญาติเจ้าสาวเท่านั้น

วันที่ 2 ต.ค.62 จากกรณีที่ น.ส.ดา (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี พริตตี้สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกนายนัท (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในจ.บุรีรัมย์ มีการจ้างออร์แกนไนซ์ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงานรวมกว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน อีกทั้งเช็คที่ฝ่ายชายให้เป็นค่าสินสอดจำนวน 1.6 ล้าน ก็หายไปด้วย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของ น.ส.ดา ผู้เสียหาย ที่ ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ก็ได้พบกับนางน้อย (นามสมมุติ) แม่ของน้องดา พริตตี้สาวคนดังกล่าว ซึ่งกำลังดูแลยายที่ป่วยติดเตียง ก็เล่าให้ฟังว่า มีการจัดงานแต่งงานลูกสาวจริงที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา แต่พ่อแม่และครอบครัวไม่ทราบละเอียดของการจัดงานเลย ถึงวันก็ไปร่วมงานในฐานะครอบครัวของเจ้าสาวเท่านั้น และในวันแต่งงานทางฝั่งเจ้าบ่าวก็ได้วางสินสอดใส่ในพานเป็นเช็คเงินสดจำนวน 1.6 ล้านบาท ก็มีญาติพี่น้องเห็นกันหลายคน แต่หลังเสร็จงานก็ไม่รู้ว่าเช็คเงินสดอยู่กับใครหรือหายไปไหน กระทั่งมาทราบภายหลังว่าทางฝั่งเจ้าบ่าวไม่ยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งที่มียอดสูงถึง 3.5 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่เห็นฝั่งเจ้าบ่ายออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ ก็สงสารลูกสาวที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เชื่อว่าน่าจะมีเจตนามาหลอกให้ลูกสาวแต่งงานตั้งแต่แรก เพราะไม่งั้นคงจะไม่เบี้ยวค่าจัดงานแต่งแบบนี้ และหากเจ้าบ่าวไม่รับผิดชอบ ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าจัดงานแต่ง

แม่น้องดา ยังบอกอีกว่า ก่อนที่ฝ่ายชายจะมาขอลูกสาวแต่งงานทางครอบครัวเคยเห็นหน้าฝ่ายชายเพียงครั้งเดียว คือวันที่มางานศพของตา หลังจากนั้นลูกสาวก็มาบอกว่าฝ่ายชายขอแต่งงาน ทำให้คนในครอบครัวไม่มีใครรู้ประวัติของฝ่ายชายเลย ว่าเป็นใครมาจากไหนแค่ลูกสาวมาเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนมีฐานะก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงก็ไมได้ไปซักไซ้อะไรมาก ในฐานะคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ดีใจที่ลูกได้แต่งงานแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็เสียใจและสงสารลูกสาวมาก ก็อยากให้ฝ่ายชายออกมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานด้วย

///////////สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์