เทศบาลแถลงเตรียมจัดงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ดรับเสด็จพระพุทธเจ้าตามความเชื่อ เทศกาลออกพรรษา เผยแพร่ศิลปะวัฒนาธรรมชาวไทใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน นำส่วนราชากร ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด หรืองานประเพณีออกพรรษาของชาวไทยใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทใหญ่

นายปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า งานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด ( หรือเทศกาลออกพรรษา ) ของชาวไทยใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนร่วมกับ ประชาชนในชุมชนเทศบาล ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงก่อนออกพรรษา ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-21 ต.ค.62 โดยวันที่ 9 ค.ค.62 เป็นวันเปิดงาน, วันที่ 11 ต.ค.62 เป็นวันแห่จองพารา ซึ่งจะมีประชาชนชาวไทใหญ่ในแม่ฮ่องสอน นำจองพารามาร่วมขบวนแห่มากถึง 15 ขบวน , วันที่ 13 ต.ค.62 เป็นวันตักบาตรเทโวโรหณะ ณ วัดพระธาตุดอยกองมู และวันที่ 21 ต.ค.62 งานประเพณีปอยก๋อยจ๊อด ปิดเทศกาล จะมีขบวนแห่ต้นแปก มีการประกวดฟ้อนรูสัตว์สี่เท้าและสองเท้า ณ บริเวณริมหนองจองคำในเขตเทศบาล เพื่อสืบทอดตามความเชื่อของประชาชนชาวไทยใหญ่ในการต้อนรับเสด็จ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นงานประเพณีที่ควรอนุรักษ์ส่งเสริมสืบทอด และเป็นงานประเพณีที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

โดยประชาชนชาวไทใหญ่ หรือชาวไตในแม่ฮ่องสอน จะพากันทำจองพารา (ปราสาทพระ)เพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า เป็นประเพณีที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเมื่อย่างเข้าเดือน 11 ขึ้น 13-14 ค่ำ ประชาชนจะไปจับจ่ายซื้ออาหารและสิ่งของต่าง ๆ ไปทำบุญตักบาตรเทโวรหณะจากวัดพระธาตุดอยกองมู ลงมาด้านล่างของตัวเมืองเป็นการทำบุญตักบาตรที่สวยงามมากจะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมาร่วมพิธีตักบาตรจำนวนมาก และในตอนกลางคืน ตามบ้านเรือนและวัดอาอารามต่าง ๆ จะมีการจุดประทีปโคมไฟสว่างไสว และมีการแห่จองพารา หรือซุ้มปราสาทรับเสด็จพระพุทธเจ้า ซึ่งตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม นอกจากนี้ในงานปอยเหลินสิบเอ็ดยังมีการแสดงการเละเล่นพื้นบ้านของประชาชนแต่ละชุมชน เป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาวแม่ฮ่องสอน ที่หาดูได้ปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งการหลู่เต็นเห็ง หรือการแห่เทียนพันเล่ม โดยชาวบ้านจะไปหาต้นสนมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ และมัดรวมกันเป็นต้นขนาดใหญ่ยาวประมาณ 3-5 เมตร มาตั้งไว้ในบริเวณวัดและจัดงานเฉลิมฉลองพร้อมทั้งจุดไฟที่ต้นสนหรือต้นแปกให้ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลาเพื่อเป็นพุทธบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยัง มีการแสดง การฟ้อนรำรูปสัตว์ป่าหิมพาน เต้นโต ฟ้อนไต การประกวด ก้าแลว ก้าลาย รำไต ตีกลองมองเซิง ตีกลองก้นยาว มีการเปิดตลาดแสงเทียนย้อนยุค จำหน่ายสินค้า อาหารการกินให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกด้วย

ฉลอง หมั่นสกุล / จ.แม่ฮ่องสอน

แสดงความคิดเห็น