สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ชูโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์ นำร่องจัดเงินอุดหนุนอาชีพยุวสตรี เพื่อสร้างอาชีพและมีรายได้ระหว่างเรียน เล็งนำผลิตส่งขายห้างสรรพสินค้าและขายออนไลน์ ขณะที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอเมืองกาฬสินธุ อนุมัติเงินอุดหนุนปิดท้ายปีงบประมาณ 2562 ให้กลุ่มอาชีพสตรีอีกเกือบ 1 ล้านบาท

วันที่ 13 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์ ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นายมีชัย นาใจดี  พัฒนาชุมชน อ.เมืองกาฬสินธุ์ นายธงชัย คำมูลศรี เกษตร อ.เมืองกาฬสินธุ์ นางฐิตารีย์ คำโสภา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ วิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชน อ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับยุวสตรี ที่เป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฯ และครูที่ปรึกษา ด้านการเลือกอาชีพและรวมกลุ่ม เพื่อเขียนโครงการและขอรับเงินอุดหนุนจากกองทุนฯ โดยมีนายพายุ วรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์ คณะครู นักเรียน ร่วมรับฟังจำนวนมาก

นายมีชัย นาใจดี พัฒนาชุมชน อ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานพัฒนาชุมชน อ.เมืองกาฬสินธุ์ และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้คัดเลือกโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์ เป็นสถานศึกษานำร่อง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้กับสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งอยู่ในประเภทกลุ่มยุวสตรี ให้สามารถมีรายได้ระหว่างเรียน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง และยังเป็นการสร้างรากฐานในการสร้างอาชีพเสริมในอนาคต ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้ยุวสตรีเลือกอาชีพที่ถนัด รวมกลุ่ม 3 คน โดยแต่ละกลุ่มมีครูที่ปรึกษาร่วมด้วย วงเงินที่ขอรับการอุดหนุนไม่เกินกลุ่มละ 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อปี ระยะเวลา 2 ปี ส่งคืนปีละ 2 ครั้ง ขณะที่ในส่วนของตลาดจำหน่ายผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์นั้น ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจัดหาให้ ซึ่งมีทั้งศูนย์โอทอปต่างๆ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมช่องทางจำหน่ายออนไลน์ด้วย เมื่อการดำเนินการในส่วนของการเลือกอาชีพ และรวมกลุ่มเสร็จสิ้น ก็จะเข้าสู่ขั้นตองการทำเอ็มโอยูร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะเป็นการอบรมและลงปฏิบัติในลำดับต่อไป  

ด้านนายธงชัย คำมูลศรี เกษตร อ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานเกษตรฯ ยังได้จัดโครงการยุวเกษตรกรในโรงเรียน ตามนโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสร้างงานสร้างอาชีพของสำนักงานพัฒนาชุมชนฯ ทั้งนี้ ในส่วนที่ยุวสตรีใจเลือกอาชีพการปลูกผัก หรือเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ ทางสำนักงานเกษตร รวมทั้งประมง ปศุสัตว์ อบจ. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยง ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงนำผลผลิตจำหน่าย ที่สำคัญขอให้ยุวสตรีมีความชอบ มีใจรักที่จะทำ ทำให้ดี ทำให้ได้ ก็จะมีกินมีใช้ จะเป็นการสร้างรายได้ในระหว่างเรียนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังจะได้มีทุนเพื่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป โดยไม่ต้องเป็นภาระให้กับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง จึงเชื่อว่ายุวสตรีทุกคนทำได้ หากเรียนรู้และทำกันอย่างจริงจัง ตามเงื่อนไขที่จะได้ตกลงกันไว้ สำคัญเราพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองหรือยัง วันนี้ต้องคิดไว้แล้วว่าอยากประกอบอาชีพอะไร จะทำอย่างไรให้คนมาสนใจและซื้อสินค้าเรา ผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ต้องแปรรูปและสร้างมูลค่าได้  ต้องขายความแตกต่าง สร้างไอเดียให้ตนเอง และสิ่งที่ต้องเน้นคือในการปลูกผักคือเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรปลอดภัย ก็จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะตลาดต้องการผลผลิตที่ได้จากเกษตรอินทรีย์และปลอดการใช้สารเคมี

ขณะที่นายพายุ วรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์ กล่าวว่า อัตลักษณ์ของโรงเรียนเรา ยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก ซึ่งครู นักเรียน ได้ร่วมกันปฏิบัติทั้งในโรงเรียนและที่บ้านอย่างเคร่งครัด โดยได้จัดฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนถึง 7 ฐาน มีเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ทอเสื่อกก พืชสมุนไพร ปุ๋ยชีวภาพ ไม้ดอกไม้ประดับ และสิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ ในส่วนที่ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนฯ และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฯ เข้ามาชี้แจงทำความเข้าใจดังกล่าว ถือว่าเป็นโอกาสดี เป็นการต่อยอด ให้กับยุสตรีหรือเด็กนักเรียน ที่จะมีทักษะอาชีพ ได้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกให้มีวินัยในการใช้เงิน ทั้งนี้ เบื้องต้นจากการสอบถามความต้องการ อาชีพที่ยุวสตรีโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์เลือก มีปลูกผัก งานหัตถกรรม ทำขนม เป็นต้น ซึ่งจะได้เปิดรับสมัครด้วยความสมัครใจ และเปิดเวทีพิจารณาใหม่เพื่อกลั่นกรองอาชีพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ ยุวสตรียังไม่มีประสบการณ์ในการรวมกลุ่มสร้างอาชีพ และยังกังวลในเรื่องของการที่จะส่งเงินอุดหนุนคืนกองทุนฯ

“ทั้งนี้ เมื่อตกผลึกอาชีพและรวมกลุ่มได้แล้ว เชื่อว่ายุวสตรีโรงเรียนขมิ้นพิทยาสรรพ์ทำได้ อาชีพที่เลือกทำและที่จะเกิดรายได้ จะเป็นทักษะอาชีพที่จะติดตัวยุวสตรีสืบไป ในอนาคตถึงแม้บางคนอาจจะรับราชการ เป็นครู หรือประกอบอาชีพอื่น ก็จะต้องนำความรู้ในสาขาอาชีพนี้เป็นอาชีพเสริม เพราะทุกวันนี้มีอาชีพประจำอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีอาชีพเสริมถึงจะอยู่ได้ ดังนั้น เราจะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย  ตามที่ได้รับเลือกเป็นโรงเรียนนำร่องยุวสตรี” นายพายุกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้อนุมัติเงินอุดหนุนปิดท้ายปีงบประมาณ 2562 ให้กลุ่มอาชีพสตรีอีก 6 โครงการ คือโครงการผ้าทอมือและแปรรูปเครื่องนุ่งห่ม ต.ไผ่ โครงการดินปั้นผลิตดอกไม้ ต.กลางหมื่น โครงการเลี้ยงสุกร  ต.เชียงเครือ และโครงการเลี้ยงไก่พื้นบ้าน ต.ขมิ้น รวมจำนวนเงิน 931,000 บาทยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์

แสดงความคิดเห็น