ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมว่สแม้จะเข้าสู่ช่วงฤดุฝนแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ภัยแล้งยังคงขยายเป็นบริเวณกว้าง ในขณะที่แหล่งน้ำสำคัญตามหมู่บ้าน โดยเฉพาะลำคลองต่างๆเกิดการแห้งขอด จนส่งผลกระทบอย่างหนักให้แก่พืชผลทางการเกษตร ล่าสุดนาข้าวของเกษตรกรชาวนาในเขตตำบลสะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พื้นที่เพาะปลูกราว 2,500 ไร่ กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจนส่อทำให้นาข้าวล่ม และต้นข้าวอยู่ในภาวะเริ่มแห้งเหี่ยวยืนตาย กระทั่งทำให้ชาวนาต่สงเกิดความทุกข์ระทมใจหนัก เพราะต่องทนเห็นต้นข้าวแห้งเหี่ยวตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ไหว

นายสมคิด ขาวดา อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ 12 ต.สะเดียง กล่าวว่า ตนมีอาชีพทำนามานานได้รับผลกระทบจากภัยแล้งบ้าง มาปีนี้แม้จะเข้าฤดูฝนแล้ว แต่กลับไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงข้าวที่ปลูกไว้กว่า 50 ไร่ น้ำจากแม่น้ำลำคลองต่างๆเกิดการแห้งขอดทั้งหมด ต้องทนเห็นข้าวแห้งตายไปต่อหน้า คาดว่าอีกราว 1 สัปดาห์ต่อจากนี้หากไม่มีฝนตกมาช่วยนาข้าวคงเสียหายทั้งหมด ด้านอบต.สะเดียงซึ่งระดมให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนายประทิน นาคสำราญ นายกอบต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ สั่งการให้นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่อง ไปติดตั้งตามแม่น้ำป่าสัก เพื่อสูบน้ำเข้าลำคลองส่งน้ำต่อไปยังนาข้าวของเกษตรกร เป็นการบรรเทาความทุกข์ร้อนในระดับหนึ่ง

โดยนายประทิน กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่ามีเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสะเดียงประสบภัยแล้งจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ 3,9 และ12 มีนาข้าวได้รับผลกระทบกว่า 2,500 ไร่ แม้ว่าทาง อบต.จะเร่งสูบน้ำมาเติม แต่ด้วยปริมาณน้ำจากแม่น้ำป่าสักมีน้ำน้อยเช่นกัน จึงสูบได้เท่าที่จะทำเท่านั้น แต่พยายามเร่งสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือชาวนาต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัดแล้ว เพื่อหามาตรการรองรับรวมทั้งการช่วยเหลือเยียวยา หากนาข้าวดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหมด

////

แสดงความคิดเห็น