สุรินทร์-เด็กนักเรียนเลี้ยงหนูนา-หนูพุก แพะ-โคและปลา ในโรงเรียนขายสร้างรายได้ไว้เป็นทุนให้เด็กเรียนดีแต่ยากจน นำไปเป็นค่าเทอมแรกหลังไปเรียนต่อระดับอุดมศึกษา  ส่วนหนึ่งไว้พัฒนาโรงเรียน แถมยังมีวิชาชีพติดตัวไปจนตาย

            วันนี้ (20 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า ที่โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก ตำบลตาคง อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ มีกิจกรรมการเรียนการสอน ที่นอกจะสอนหนังสือในห้องเรียนเหมือนโรงเรียนปกติทั่วไปแล้ว ยังสอนวิชาชีพการเลี้ยงสัตว์ต่างๆหลากหลายชนิด ด้วยการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 เพื่อมุ่งเน้นสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนมีชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพตอนที่จบการศึกษาได้ รวมทั้ง ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ จนประสบความสำเร็จ

            ด้วยการจัดทำฟาร์มโคเนื้อคงวิทย์  โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก จากการริเริ่มความคิดโดย นายนายสุรพงษ์ รัตนโคตร ผอ.โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ทักษะวิชาชีพ เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตหลังจากจบการศึกษา  โดยภายในฟาร์มมีการเลี้ยงวัวหลากหลายสายพันธุ์ ประกอบด้วย โคลูกผสม ชาโรเล่ โคลูกผสมวากิว  โคลูกผสมแองกัส  โคลูกผสมพื้นบ้านไทย และโคลูกผสมบราห์มัน รวมกว่า 32 ตัว ทั้งพ่อแม่พันธุ์และลูกวัวที่กำลังเติบโต ซึ่งเด็กๆนักเรียนทั้งหญิงและชายจะได้เรียนรู้ วิธีการผสมเทียมบบธรรมชาติ  ให้อาหาร นอกจากจะสามารถจำหน่ายวัวให้กับน้อยฮ้อย พ่อค้าคนกลางที่ติดต่อมารับซื้อทุกเดือนแล้ว   สามารถนำปุ๋ยไปใส่หญ้าเนเปีย นรกจักพรรดิ์และหญ้าหวานอิสราเอล  ซึ่งเป็นหญ้าที่ปลูกไว้สำหรับเลี้ยง เลี้ยงแพะ เลี้ยงปลา ในกระชัง และหนูนาที่เลี้ยงเสริมไว้  เพื่อนำรายได้ไปบริหารจัดการฟาร์มต่อ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเก็บไว้เป็นกองทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน หลังจบการศึกษา เพื่อนำไปเป็นค่าเทอมเรียนต่อเทอมแรก ในระดับอุดมศึกษาต่อไป   สำหรับฟาร์มดังกล่าวเริ่มก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว และกำลังขยายโครงการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ นอกจากระบบการเรียนการสอนตามปกติแล้ว ยังสามารถส่งเสริมวิชาชีพให้เด็กๆได้นำไปรับใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

            สำหรับกิจกรรมเลี้ยงสัตว์ที่เป็นไฮไลท์ ก็คือ การเลี้ยงหนูนา จำหน่าย  ซึ่งนอกจากจะเป็นอาชีพใหม่ที่ชาวอีสานชอบทำและชอบกินแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดีไม่แพ้การทำปศุสัตว์ชนิดอื่น  โดยมีการจัดสร้างโรงเรือนเปิดโล่ง  และนำบ่อซีเมนต์ มาวางซ้อนกัน 2 ชั้น พร้อมทำฝาปิดจากแผ่นกระเบื้องปิด เอาไว้ด้านบน สำหรับเลี้ยงหนูนาให้อยู่ภายในบ่อซีเมนต์เป็นคู่ๆ ซึ่งอันดับแรกจะใช้หนูนาที่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เลี้ยงและขุนไว้ จนหนูนาท้องและคลอดลูก ก่อนจะอนุบาลให้โตขึ้นสักระยะ ก่อนจับแยกออก ไปเลี้ยงในบ่อซีเมนต์อื่นๆ เพื่อขยายพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ โดยหนูนาที่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ จะจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจซื้อไปเลี้ยงขยายพันธุ์ ในราคาคู่ละ 1 พันบาท  ส่วนหนูนาโตเต็มวัยที่เลี้ยงแล้วสามารถนำไปจำหน่ายให้นำไปเป็นอาหารได้ จำหน่ายกิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งที่ฟาร์มเลี้ยงหนูนาแห่งนี้ สามารถจำหน่ายหนูนาให้กับชาวบ้านที่ชอบกินหนูนาได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย สำหรับเมนูเด็ดที่ชอบนำไปทำอาหาร อาทิ  หนูนาย่าง  ผัดเผ็ดหนูนา  แกงหนูนา แล้วแต่ว่าใครจะนำไปทำเมนูไหนก็ทำได้เช่นกัน

            นายจารุวิทย์  เจริญทรัพย์ ชั้น ม.6/2  กลุ่มเลี้ยงหนูนา   กล่าวว่า  สำหรับศูนย์การเรียนรู้ หนูพุก หรือ หนูนา เป็นกิจกรรมหนึ่งในฟาร์มเนื้อโคคงวิทย์  ที่เลี้ยงสัตว์อยู่หลากหลายชนิด   เลี้ยงหนูนาได้ประมาณเกือบปีแล้ว   เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้วิธีเลี้ยง เพื่อนำไปปรับใช้ที่บ้านหรือหลังจบการศึกษา และเพื่อจำหน่ายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ให้กับชาวบ้านที่สนใจที่จะนำไปเลี้ยงต่อ  ราคาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ คู่ละ 1 พันบาท ถ้าขายเป็นตัวก็ตกตัวละ 120 บาท  หรือกิโลกรัมละ 120  บาท สำหรับผู้ที่จะซื้อไปทำอาหาร เพื่อนๆนักเรียนจะแบ่งเวลากันมาดูและให้อาหาร ซึ่งจะเป็นอาหารหญ้าเนเปีย กับเมล็ดข้าวโพด เมล็ดข้าวและอาหารธรรมชาติต่างๆ สลับกับนักการภารโรง กิจกรรมดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้และดำรงชีวิตต่างๆหลังจากจบการศึกษาออกไป นายจารุวิทย์ฯกล่าว

            นางสาวอารีลักษ์  พงษ์คละ เรียนชั้น ม.6 /2 กลุ่มเลี้ยงแพะ    กล่าวว่า สำหรับการเลี้ยงแพะ เลี้ยงมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว   แพะเลี้ยง่ายเหมือนเลี้ยงวัว แต่เราจะให้อาหารเป็นหญ้าจักพรรดิ์นรก ที่ปลูกเอง และหญ้าหวานอิสราเอล และกากมันหมักยีสต์เพื่อเสริมโปรตีนให้แพะ หญ้าปลูกเองทั้งหมด มีทุ่งนาไว้ปลูก เพื่อนที่มาเลี้ยงจะนำการเรียนรู้ไปปรับใช้และเลี้ยงที่บ้านได้ รวมทั้งให้ความรู้กับน้องๆรุ่นต่อไปได้ เราเลี้ยงเป็นแพะเนื้อ มีฟาร์ม ซึ่งเป็นตลาดประจำรองรับโดยตรง  ติดต่อมาซื้ออยู่เป็นประจำ  ราคากิโลกรัมละ 100-110 บาท ซึ่งเดือนๆหนึ่งก็จะขายได้ประมาณ 5-6 ตัว เราจะรู้ว่าแพะต้องมีขนาดตัวเท่าไหร่ถึงจะสามารถขายได้  ตอนนี้มีแม่พันธุ์ประมาณ 4 ตัว และคลอดลูกแล้ว 1 ตัว เป็นลูกแฝด 2 ตัว ที่ต้องคอยให้นมเสริม  มีแพะทั้งหมดกว่า 30 ตัว นางสาวอารีลักษ์ฯ กล่าว

            นายนายสุรพงษ์ รัตนโคตร ผอ.โรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก  กล่าวว่า  ทางโรงเรียนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 มาเป็นต้นแบบสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 การจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”เพื่อสร้างพื้นฐานให้กับผู้เรียนมีความมั่นคง มีคุณธรรม จริยธรรม มีงานทำมีอาชีพ  ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะอาชีพมากมาย  โดยเฉพาะฟาร์มโคเนื้อ แล้วยังมีการเลี้ยงแพะ เลี้ยงปลาในกระชัง และเลี้ยงหนูพุก รวมถึงการปลูกหญ้าที่ใช้เป็นอาหารของสัตวื  ในแหล่งเรียนรู้จัดต่างๆก้จะมีโกๆนักเรียนรับผิดชอบอยู่ ทั้งหมดล้วนเป็นกรอบวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา เพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของไทยนั้น สอดคล้องกับของหลายประเทศที่เป็นผู้นำด้านการศึกษาของโลก ที่เห็นพ้องกันกับแนวคิดสำคัญในศตวรรษที่ 21 เรื่องของจิตสำนึกต่อโลก ความรู้พื้นฐานการประกอบ สัมมาอาชีพ ความรู้พื้นฐานด้านพลเมือง สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อันได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิตที่ใช้ได้จริง กับครอบครัว โรงเรียน ชุมชน รัฐ และประเทศชาติ  โลกกำลังเปลี่ยนแปลง คนที่มีความรู้และทักษะจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับ สถานการณ์ใหม่ๆ ได้เท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จะช่วยให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

            จากเหตุผลข้างต้น โรงเรียนโรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก  ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้    “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”  ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 (สุรินทร์)ในปีการศึกษา 2562 เพื่อให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการเรียนการสอน “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” สู่การปฏิบัติของสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ครูได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและมีความสุขในการเรียนรู้ ทั้ง 4 H คือ Head, Heart, Hand, Health “นายสุรพงษ์กล่าวทิ้งท้าย”

            สำหรับโรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก ตำบลตาคง อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เป็นโรงเรียนที่ขึ้นกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 (สุรินทร์) เป็นโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของรัชกาลที่ 10 เพื่อมุ่งเน้นสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนมีชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพตอนที่จบการศึกษาได้ ซึ่งมี นายสุรพงษ์ รัตนโคตร เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนตาคงวิทยา รัชมังคลาภิเษก  เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 32 คนและนักเรียนจำนวน 341 คน โดยโรงเรียนแห่งนี้ได้เปิดทำการสอนเรียนสายสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงการศึกษาธิการแล้ว ยังได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ 10 จุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ด้านทักษะอาชีพสู่ผู้เรียนที่หลากหลาย เช่น ด้านวิชาสามัญ(โครงการ สสวท.) ด้านเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรม เปิดหลักสูตร ทวิศึกษา (สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และไฟฟ้ากำลัง) ด้านเกษตรกรรม (พืช : ข้าวนาถุง พืชผักตามฤดูกาล และสัตว์ : ฟาร์มโคเนื้อ เลี้ยงแพะ เลี้ยงหนูพุก ปลาในกระชัง แปลงหญ้า การลดต้นทุนการผลิตอาหาร และการตลาด) ด้านคหกรรม (กาแฟ&เบเกอรี่ เค้กกล้วยหอม) เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และมีงานทำ อีกด้วย

//////////////เขมชาติ ชุณหกิจขจร/ รมิตา  สิงหเสรี …ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์

แสดงความคิดเห็น