ที่จังหวัดยโสธรมีพ่อค้าขายผลไม้ดองหันมาทดลองปลูกอินทผาลัมในพื้นที่ประมาณ ไร่ จนประสบความสำเร็จเกินคาดและผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดจนเป็นที่สนใจของลูกค้าทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดสั่งจองอินทผาลัมเข้ามาต่อเนื่องทุกวันจนผลผลิตไม่พอส่งขายโดยจะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 300-500 บาท

ที่สวนตากับยายในพื้นที่บ้านหนองสมบูรณ์ ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นสวนอินทผาลัม เพียงแห่งเดียวในพื้นที่ยโสธรที่มีเกษตรกรได้ทดลองปลูกและประสบความสำเร็จเป็นรายแรกและขณะนี้ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดหลังจากที่ได้ทดลองปลูกมาเป็นระยะเวลา ปี เจ้าของสวนจึงต้องคอยมั่นดูแลกำจัดวัชพืชและดูแลป้องกันไม่ให้แมลงเข้าไปเจาะกินลูกอินทผาลัมภายในสวน พร้อมกับทยอยเก็บผลผลิตลูกอินทผาลัมที่แก่เต็มที่นำออกไปส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกวันโดยจะจำหน่ายอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของลูกอินผาลัม

นายบุญธรรม  ชื่นตา อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ บ้านหนองสมบูรณ์ ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เจ้าของสวนอินทผาลัม บอกว่า เดิมตนมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายผลไม้ดองอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้เห็นการปลูกอินทผาลัมจากทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเห็นว่าอินทผาลัมเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้อย่างงามจึงอยากทดลองปลูกดูบ้างจึงได้พาภรรยากลับมาบ้านเกิดและใช้พื้นที่นาของตนที่มีอยู่ทดลองปลูกอินทผาลัม สายพันธุ์บาฮี จำนวนกว่า 100 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเนื้อเยื่อ ซึ่งจะได้อินทผาลัมที่ตรงตามพันธุ์ ใช้เวลาปลูก 3 ปีกว่า ก็จะให้ผลผลิตติดลูกทันทีและขณะนี้ผลผลิตอินทผาลัมของตนก็กำลังติดลูกพร้อมออกสู่ตลาดและบางส่วนตนก็ได้เก็บส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งอินทผาลัมของตนกำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งในพื้นที่เองและต่างจังหวัดที่มีการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกวันโดยตนจะขายอินทผาลัมอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 300-500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของลูกอินทผาลัม ส่วนลูกค้าจะมีทั้งที่เข้าไปติดต่อซื้อกันถึงในสวนและกลุ่มที่สั่งซื้อทางออนไลน์ จนขณะนี้อินทผาลัมของตนไม่พอส่งขายให้กับลูกค้า เนื่องจากผินทผาลัมมีจำนวนจำกัดและแก่ไม่ทัน ซึ่งปกติลูกอินทผาลัม จะแก่เต็มที่เมื่อมีอายุได้ 150 วัน หรือ ประมาณ 5 เดือน นับจากวันที่มีการผสมเกสรจนลูกอินทผาลัมมีสีเหลืองอร่าม เต็มต้นจึงพร้อมที่จะเก็บส่งจำหน่ายได้และอินทผาลัม ของตนเหมาะที่จะรับประทานสดๆจะมีรสชาติหวานกรอบชวนรับประทาน แต่ละต้นจะติดลูกดกมีน้ำหนักรวมกันไม่ต่ำกว่าต้นละ 60 กิโลกรัม บางต้นถ้าอุดมสมบูรณ์ดีจะติดลูกมากถึง 200 กิโลกรัม จึงถือว่าการปลูกอินทผาลัมส่งขายจะมีรายได้อย่างงามดีกว่าการปลูกข้าวเมื่อเปรียบเทียบต่อไร่ แต่อินทผาลัมจะมีศรัตรูพืชที่สำคัญ คือ ด้วงมะพร้าว ด้วงแรดและด้วงงวงช้าง ที่มักจะเข้าไปกัดกินยอดอ่อนของต้นอินทผาลัมจนเสียหายได้ง่าย ปกติอินทผาลัมจะออกผลผลิตปีละประมาณ เดือน ในช่วงเดือน กรกฎาคม ไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี นอกจากนี้แล้วที่สวนอินทผาลัม ตากับยาย ยังเปิดสวนให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเที่ยวชมสวน ถ่ายรูป หรือสอบถามวิธีการปลูกได้ฟรีอีกด้วย ส่วนใครที่ต้องการจะเก็บลูกอินทผาลัมด้วยตนเองก็สามารถเก็บได้เลยแล้วก็นำไปชั่งน้ำหนักและจ่ายเงินตามที่ต้องการซื้อกลับไปรับประทาน โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-1236735 สวนอินผาลัม ตากับยาย

                                                        000000000000000000000000000

ภาพ/ข่าว  ธงชัย   สุณีศรี /รายงานจากยโสธร

แสดงความคิดเห็น