เขื่อนลำปาวกาฬสินธุ์ระบายน้ำช่วยพื้นที่ท้ายน้ำประสบภัยแล้งฝนทิ้งช่วง ยันปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และสามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรได้ต่อเนื่องจนกว่าจะสถานการณ์คลี่คลายฝนตกลงมาตามปกติ ขณะที่สถานการณ์น้ำภาพรวมของจังหวัดยังสามารถใช้การได้มากเกิน 30 วัน พร้อมขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด


เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ นายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวลงพื้นที่เข้าติดตามสถานการณ์น้ำและการส่งน้ำให้กับประชาชน และเกษตรกร รวมทั้งการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำปาวของเขื่อนลำปาว หลังจากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้เขื่อนลำปาวเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง


พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ (รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์) กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางต่างๆทั้ง 18 แห่ง และเขื่อนลำปาว ซึ่งเป็นอย่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นั้น สามารถสนับสนุนส่งน้ำในการอุปโภค บริโภค ให้กับประชาชนได้มากกว่า 30 วัน ซึ่งยังไม่เข้าสู่วิกฤติ โดยสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ขณะนี้อยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งภาพรวมน้ำในเขตชลประทาน อยู่ที่ระดับ 425.33 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25 น้ำนอกเขตชลประทาน อยู่ที่ระดับ 171.48 ล้านลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 49 อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทหน่วยงานต่างๆได้มีการลงพื้นที่ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงสถานการณ์และใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่ามากที่สุด


พ.อ.มานพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สำหรับพื้นที่การทำนาของเกษตรกรนอกเขตชลประทานที่กำลังประสบปัญหาต้นข้าวขาดน้ำแห้งเฉา เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนั้น ขณะนี้ทางรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทีมฝนหลวงนำเครื่องขึ้นบิน ทำฝนหลวงให้กับพี่น้องเกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกรณีต้นข้าวที่กำลังจะแห้ง ทำให้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาฝนเริ่มตกในหลายพื้นที่บางแล้ว ซึ่งสร้างความชุ่มชื้น ทำให้ต้นข้าวสามารถฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามทราบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าทีมฝนหลวงยังคงทำงานขึ้นบินทำฝนหลวงอยู่ตลอดเวลา

ด้านนายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่ผ่านมาทำให้ลำน้ำปาวยาวไปจนถึงแม่น้ำชีในเขตพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม และ จ.ร้อยเอ็ด จนถึง จ.ยโสธร มีสภาพปริมาณน้ำน้อยทำให้หลายพื้นที่มีผลกระทบกับระบบประปา ดังนั้นทางเขื่อนลำปาวได้เพิ่มการส่งน้ำเข้าไปยังลำน้ำปาวเพื่อรักษาระบบนิเวศและผลิตน้ำอุปโภค บริโภคจากเดิมเฉลี่ยวันละ 400,000 ลบ.ม.ต่อวันเป็น 800,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยได้เริ่มส่งมาตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา และจะส่งน้ำในลักษณะดังกล่าวไปจนกว่าฝนจะตกลงมาในพื้นที่ และสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของการส่งน้ำในการอุปโภค บริโภค และการเกษตรในพื้นที่ชลประทานผ่านคลองส่งน้ำของเขื่อนลำปาวนั้นยังคงมีการส่งน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 ล้าน ลบ.ม.และจะมีมาตรการจัดระบบส่งน้ำแบบรอบเวรและแบ่งปัน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์ของเขื่อนลำปาว ล่าสุดมีน้ำไหลเข้าอ่าง 2.88 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 482.15 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 1,980 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 24.35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้หากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยาวนานไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ก็จะเข้าสู่ระดับการเฝ้าระวังน้ำน้อย ซึ่งประชาชนและเกษตรกรจะต้องช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด

แสดงความคิดเห็น