จังหวัดศรีสะเกษ มีสินค้าเกษตรที่หลากหลาย รวมถึงไม้ผลซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ ลำไย ลองกอง มังคุด โดยอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกมาก ได้แก่ ขุนหาญ กันทรลักษ์ และศรีรัตนะ ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้น มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ

ในปี 2559 จังหวัดมีการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ คือ แปลงใหญ่ทุเรียนตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ และแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลพราน อำเภอขุนหาญ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุเรียนทั้งด้านการผลิตและด้านการตลาด

ปัจจุบัน กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนมีระบบการควบคุมคุณภาพการผลิตทุเรียนของสมาชิกให้มีคุณภาพผลผลิตที่ใกล้เคียงกัน ภายใต้เทคโนโลยีการผลิตแบบ GAP ตามที่กลุ่มแปลงใหญ่กำหนด ส่งผลให้ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษมีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก แม้กลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนจะทำได้ดีในด้านผลิต แต่ก็ยังไม่สามารถขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการผลผลิตและระบบการตลาดของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพได้ โดยแม้ภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุนให้กลุ่มแปลงใหญ่ทำ MOU กับสหกรณ์เกษตรกันทรลักษ์ ที่เปิดขายทุเรียนออนไลน์ แต่ก็เป็นเพียงผลผลิตบางส่วนของเกษตรกรสมาชิก ผลผลิตส่วนใหญ่ยังมีการจำหน่ายในรูปแบบการตัดทุเรียนขายเองหน้าสวน ซึ่งส่งผลให้ขาดอำนาจในการต่อรอง และไม่มีการคัดเกรด

จากปัญหาดังกล่าว นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ จึงได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยได้ศึกษาระบบการบริหารจัดการผลิตของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่มังคุดจังหวัดจันทบุรี ซึ่งพบว่า กลุ่มแปลงใหญ่มังคุด ได้นำระบบการประมูลผลผลิตของสมาชิกมาใช้ในการบริหารจัดการผลผลิต และประสบความสำเร็จอย่างน่าสนใจ

โดย เกษตรจังหวัดศรีสะเกษได้อธิบายเกี่ยวกับระบบการประมูลมังคุดดังกลาว ความว่า “จากอดีตที่เก็บมังคุดขายเหมาสวน ทำให้ผลผลิตปะปนกัน ต่อมาเมื่อมีการประมูล ทำให้สมาชิกมีการคัดเกรด แบ่งเกรดตามมาตรฐานชัดเจน มีการร่วมกันตรวจสอบคุณภาพก่อนจำหน่าย ให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมการประมูลราคา ทำให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งราคาสินค้าที่สมาชิกได้รับ เกิดจากผู้ประกอบการที่ให้ราคาสูงสุดในการประมูล ทำให้ไม่มีการกดราคาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ยังได้เปิดเผยถึงระบบการประมูลมังคุดของกลุ่มแปลงใหญ่ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1) สมาชิกคัดเกรดคุณภาพ 3 เกรด ผิวมันรวม,ตกไซส์ (60-65 กรัม/ผล) และผลแตก

2) สมาชิกชั่งน้ำหนักผลผลิตตะกร้าละ 23 กก. และแจ้งปริมาณผลผลิตทางไลน์กลุ่ม

3) สมาชิกนำผลผลิตมาลงทะเบียน และชั่งน้ำหนัก (ตาชั่งกลางของกลุ่ม) ณ สถานที่ประมูล

4) สมาชิกร่วมกันตรวจสอบคุณภาพ ถ้ามีมังคุดไม่ได้คุณภาพปนจะทำการคัดใหม่ เพื่อให้มีมาตรฐานตรงกัน และเมื่อมีสมาชิกรายใหม่จะทำการตรวจสอบคุณภาพใหม่ทุกครั้ง

5) ตัวแทนผู้ประกอบการ (ล้ง) ใส่ราคา ที่ต้องการตามคุณภาพผลผลิตโดยใส่ในตระกร้าผลผลิตของสมาชิกทุกรายเปิดราคาเมื่อล้งใส่ราคาครบทุกล้ง ผู้ได้ราคาสูงสุดเป็นผู้ชนะการประมูล

6) ล้งจ่ายเงินให้เหรัญญิก จ่ายเงินให้สมาชิก (โอนเข้าบัญชี/เงินสด) ในวันเดียวกัน

สุดท้ายนี้ เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้ฝากถึงเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดศรีสะเกษ เกี่ยวกับผลดีของการรวมกลุ่มการผลิตแบบแปลงใหญ่ และระบบการประมูลผลผลิต ความว่า “หากเกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตแบบแปลงใหญ่ และต่อยอดด้วยตลาดประมูลผลผลิตของกลุ่ม จะทำให้มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น จากการคัดเกรดก่อนขาย ต้นทุนที่ลดลง จากการรวมกันซื่อปัจจัยการผลิต นอกจากการรวมกันขายจะมีอำนาจในการต่อรอง ทำให้ได้ราคาสูงที่ขึ้นไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง”

*************************

แสดงความคิดเห็น