นายอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอนำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง ให้เอาผิดกับลุงวัย 60 ชาวอ.นางรอง ที่ไลฟ์สดกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง หักหัวคิวงบประมาณรัฐหลายโครงการ เผยแพร่ในโลกโซเชียล ทำให้เสื่อมเสีย ทั้งยังพาดพิง จนท.รัฐอีกหลายคนจนทำให้สังคมเข้าใจผิดถูกวิพากวิจารในทางลบ
นายยุทธนา พิทยานันทกุล นายอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้มอบอำนาจให้ปลัดอำเภอฝ่ายศูนย์ดำรงธรรม นำเอกสารหลักฐานคลิปวิดีโอ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง ให้เอาผิดลุงวัย 60 ปี ชาวอำเภอนางรอง ฐานหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หลังจากที่ลุงคนดังกล่าวได้ไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊ก ในลักษณะกล่าวหาว่านายอำเภอประพฤติมิชอบ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง หักเงินหัวคิวงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ในหลายโครงการฯ ซึ่งคลิปไลฟ์สดดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากคลิปไลฟ์สดถูกเผยแพร่ในโซเชียลก็มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นในทางเสื่อมเสีย ทำให้สังคมเข้าใจผิด นอกจากนั้นลุงคนดังกล่าวยังได้ไลฟ์สดกล่าวหาพาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐอีกหลายคนในทางเสียหาย ทำให้มีผู้เข้ามาวิพากวิจารต่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ในทางลบ เนื่องจากคลิปไลฟ์สดดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลอย่างกว้างขวาง
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุที่ลุง คนดังกล่าวได้ไลฟ์สดกล่าวหานายอำเภอ และเจ้าหน้าที่รัฐนั้น สืบเนื่องจากลุงคนนี้เคยทำเรื่องร้องเรียนไปยังทางอำเภอหลายเรื่อง ล่าสุดร้องให้ตรวจสอบการก่อสร้างศาลาประชาคมหมู่บ้าน งบประมาณ 250,000 บาท โดยระบุว่าศาลาประชาคมสร้างยังไม่เสร็จแต่มีการไปเซ็นเบิกเงินไปกินก่อน โดยอ้างว่าได้ร้องเรียนให้อำเภอตรวจสอบแต่กลับนิ่งเฉย จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่กลับถูกหาว่าเป็นบุคคลอันตรายและถูกสั่งระงับไม่ให้ตรวจสอบเรื่องที่ลุง ร้องเรียนทุกเรื่องด้วย
ขณะที่นายยุทธนา พิทยานันทกุล นายอำเภอนางรอง ระบุว่า กรณีที่มีการไลฟ์สดกล่าวหาว่าตนเองประพฤติมิชอบ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และทุจริตงบประมาณของรัฐนั้น และกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐอีกหลายคนนั้น นอกจากจะทำให้ตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาได้รับความเสื่อมเสียแล้ว ยังกระทบต่อภาพลักษณ์ของอำเภอ เพราะทำให้สังคมเข้าใจผิดถูกวิพากวิจารในทางลบ พร้อมทั้งยืนยันว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าไม่เคยพูดกล่าวหาว่าลุง เป็นบุคคลอันตราย เพราะตนเองปฏิบัติหน้าที่เป็นนายอำเภอ รู้ดีว่าสิ่งไหนควรพูดหรือไม่ควรพูด
ส่วนเรื่องที่ลุง ได้ร้องเรียนเข้ามาทางอำเภอทุกเรื่อง ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบตามกระบวนการขั้นตอน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลหลักฐานแล้วไม่พบมูลความผิดตามที่ถูกร้อง ก็จะทำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องไหนที่มีการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วทางผู้บังคับบัญชาก็จะสั่งให้ยุติเรื่อง แต่เรื่องไหนที่ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จก็ต้องดำเนินการต่อ ซึ่งนอกจากจะรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก็ได้ทำหนังสือแจ้งลุง ซึ่งเป็นผู้ร้องได้รับทราบด้วยเช่นกัน แต่ลุงกลับไม่ยอมรับฟัง
ส่วนกรณีที่มีการไลฟ์สดทำให้เสื่อมเสียนั้น ก็ว่ากันไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งหลักจากมอบอำนาจให้ปลัดเข้าแจ้งความแล้ว ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

//////////////////////////
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์

แสดงความคิดเห็น