นทท.แห่เที่ยวสะพานแขวนแห่งใหม่ ณ วัดป่าพิมลมังคลาราม ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิย จ.ศรีสะเกษ

189

นักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาศัยช่วงมีวันหยุดยาว แห่มาเที่ยวชมสวนป่าธรรมชาติ ขึ้นสะพานแขวนสลิงแห่งใหม่ของวัดป่าพิมลมังคลาราม ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมไหว้พระขอพร

วันที่ 12 ธันวาคม 2563 ที่ วัดป่าพิมลมังคลาราม ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงที่ประเทศไทยมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน และมีสภาพอากาศที่ยังหนาวเย็นอยู่ จึงได้มีนักท่องเที่ยว ประชาชนคนไทยจำนวนมาก แห่ออกมาเที่ยว ร่วมทั้งใช้จ่ายตามโครงการคนละครึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นในการไปเที่ยววัด และที่วัดป่าพิมลมังคลารามแห่งนี้ กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน รวมทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นวัดที่มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาอีกแห่งของจังหวัดศรีสะเกษ จากการปรับภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น สวยงาม จากที่มีป่าอยู่ตามธรรมชาติ มีแหล่งน้ำลำห้วยวะ มาบรรจบกับลำห้วยสำราญ อยู่ด้านหลังวัด จึงพัฒนาเป็นป่าชุมชนอนุรักษ์ไว้ให้สมบูรณ์ พร้อมกับมีการจัดปลูกดอกไม้ ต้นไม้ที่สวยงามเพิ่มเติมขึ้น และพิเศษที่สุด ทางคณะกรรมการวัด ได้ทำการจัดสร้างสะพานแขวนสลิงค์ขนาดใหญ่ ที่มั่นคง ถาวร ทอดยาว 56 เมตร ไปยังเกาะกลางน้ำห้วยหนองหิน เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติโยม ได้เดินทางข้ามสะพานแขวน ไปไหว้พระขอพรกันยังฝั่งตรงกันข้าม ได้ถ่ายรูปสวยๆ บนสะพานด้วย

วัดป่าพิมลมังคลาราม มี ท่านเจ้าคุณพระศรีญานวิเทศ เป็นเจ้าอาวาสวัด ที่เดินทางมาจากวัดปากน้ำมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดที่นั้นเช่นกัน แต่พอเดินทางมาประเทศไทย และทั่วโลก ก็เกิดประสบปัญหาโรคโควิด19 จึงยังไม่สามารถเดินทางกลับไปปฎิบัติธรรมต่อที่ประเทศสหรัฐได้ จึงได้นำพา พระมหาติ่ง มหิตสโร ที่เป็นรองเจ้าอาวาส ได้ร่วมกับคณะกรรมการวัด ชาวบ้านโนนแดง – โนนม่วง จากที่เป็นวัดที่ไม่มีใครรู้จัก เป็นวัดป่าที่ขาดการพัฒนา กลับมาจัดระเบียบ มาพัฒนา ให้สวยงาม น่าเข้าวัดมาไหว้พระทำบุญ เปรียบเสมือนวัดที่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และวันนี้ก็ได้มีนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าว จากเพื่อนๆ ที่เคยมาก่อนหน้านี้ ถ่ายภาพลงเฟชบุค ลงไลน์ส่งต่อๆ ไปให้เพื่อนๆ ได้เห็นได้ทราบ ในการพัฒนาวัด ที่มีสะพานแขวนสลิงขนาดใหญ่ จึงได้พากันแห่มาถ่ายรูป มาเที่ยววัด มาไหว้ขอพร ในช่วงวันยาวนี้กันเป็นจำนวนมาก

////////////////////////  

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ