ขอนแก่นจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ประจำปี 2563 พร้อมรำบวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฉลอง 223 ปี เมืองขอนแก่น ต้านภัยโควิด – 19

13

ขอนแก่นจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ประจำปี 2563 พร้อมรำบวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฉลอง 223 ปี เมืองขอนแก่น ต้านภัยโควิด – 19

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 ที่ศาลหลักเมืองขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนสักการะบวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลฉลอง 223ปี เมืองขอนแก่น โดยมีนายรำ นางรำ กว่า 6 หมื่นคน เนื่องในงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2563 ณ บริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่น พร้อมถนนใกล้เคียงศาลหลักเมืองขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น

นายรำชายจะแต่งกายด้วยเสื้อเหลืองดอกคูน กางเกงดำ คาดเอวด้วยผ้าขาวม้าหรือผ้าลายแคนแก่นคูน ผู้รำหญิง แต่งกายด้วยเสื้อเหลืองดอกคูน ผ้าซิ่นลายมัดหมี่สีเข้ม หรือผ้าซิ่นลายแคนแก่นคูน พาดสไบด้วยผ้าขาวม้า หรือผ้าสไบลายแคนแก่นคูน และสวมหน้ากากผ้าสีเหลือง อีกทั้งมีการรำแปรอักษร KHONKAEN และลายขิด ภายใต้วิถีใหม่ห่างไกลวิด-19 ซึ่งต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิ การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ การสวมหน้ากากผ้า ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ช่วงรำจึงถอดออกเพื่อความสวยงาม และมีการเว้นระยะห่าง อย่างถูกต้อง โดยใช้ท่ารำบวงสรวงขอนแก่น ปี 2563 เพลงที่ใช้รำ 3 เพลง คือ เพลงขอนแก่นวันนี้ เพลงฟ้อนผูกเสี่ยว และเพลงดอกคูนเสียงแคน

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า วันนี้มีพิธีรำบวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉลอง 223 ปี เมืองขอนแก่น และในวันที่ 29 พ.ย. เป็นการเปิดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาด จ.ขอนแก่น ประจำปี 2563 เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ศิปวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน ได้แก่ประเพณีผูกเสี่ยว การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่และเผยแพร่ไปยังคนรุ่นใหม่ ส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว เสริมสร้างพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมของ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นการจัดหารายได้ไว้ใช้จ่ายในกิจการสาธารณะประโยชน์ของจ.ขอนแก่น และการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสของเหล่ากาชาด จ.ขอนแก่น

“สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยความหลากหลายและยิ่งใหญ่งดงาม อาทิ การจัดขบวนแห่ การจัดพิธีผูกเสี่ยว การจัดกิจกรรมคุ้มวัฒนธรรม การเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไหม การจัดประกวด และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไหมทั้งภายใน และจากประเทศอนุภาคลุ่มน้ำโขง การแสดงนวัตกรรมในเรื่องของไหม การแสดงนิทรรศการและสินค้าโอท็อป ซึ่งรูปแบบการจัดงานมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่หลายประเทศทั่วโลกยังคงมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยปีนี้เน้นการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยตลอดงาน การรักษาระยะห่าง และการจัดจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว”

ข่าว-ภาพ กัมพล ดวงชิน