บุรีรัมย์-สาววัย 23 วอนขอความเป็นธรรมลุงเพื่อนบ้านขับ จยย.ชนลูก 6 ขวบไหปลาร้าหัก ตาขาฉีกเย็บ 5 เข็มแต่ปัดไม่รับอ้างชนควาย

10

สาววัย 23 ชาว อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ วอนขอความเป็นธรรมลุงเพื่อนบ้านขับ จยย.ชนพ่อขณะพาหลานไล่ต้อนควายเข้าคอก จนพ่อขาฉีกเย็บ 5 เข็ม ลูก 6 ขวบกระดูกไหปลาร้าหักรักษาร่วมเดือนยังมาหาย คู่กรณีปัดไม่รับอ้างชนควาย ทั้งที่ตอนแรกญาติโผล่เอาไปเยี่ยมรับปากจะดูแลรักษาจนหาย

(27 พ.ย.63) น.ส.แอนนา พร้อมพูน อายุ 23 ปี ชาว ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้นำ บันทึกแจ้งความ พร้อมเอกสารการตรวจรักษาและเข้ารับการผ่าตัดที่ รพ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอความเป็นธรรม โดยให้ข้อมูลว่าเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา นายเคียม สืบสวน อายุ 60 ปี ผู้เป็นพ่อพร้อม ด.ช.พรนิมิตร หรือเปี๊ยก อายุ 6 ขวบลูกชาย ได้ไปไล่ต้อนควายมาจากสวนเดินมาตามถนนในหมู่บ้านเพื่อจะเอาเข้าคอก จากนั้นนายอมร สุขจิต อายุ 59 ปี คนในหมู่บ้านได้ขับรถจักรยานยนต์ตามหลังมาเฉี่ยวชนนายเคียม ผู้เป็นพ่อ และลูกชายวัย 6 ขวบได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพลับพลาชัย โดยพ่อมีแผลที่บริเวณขาด้านซ้ายเย็บไป 5 เข็ม ส่วนลูกชายของตนเองกระดูกไหปลาร้าหักถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลบุรีรัมย์แพทย์ได้ทำการผ่าตัดรักษา โดยลูกชายต้องขาดเรียนมาตั้งแต่วันเกิดเหตุยาวมาจนถึงช่วงปิดเทอม และวันที่ 1 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ก็จะเปิดเทอมแล้ว ก็ยังไม่รู้จะไปเรียนได้หรือไม่เพราะยังมีหนองไหลออกบริเวณแผล และแพทย์ได้นัดผ่าตัดอีกรอบในวันที่ 7 ธ.ค. นี้

โดย น.ส.แอนนา บอกว่า ที่ออกมาร้องขอความเป็นธรรมเนื่องจากคู่กรณีปัดความรับผิดชอบ โดยช่วงแรกทางญาติของคู่กรณี ได้ไปเยี่ยมลูกชายที่บาดเจ็บนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลโดยได้ให้เงินทำขวัญเบื้องต้น 2,000 บาท แล้วรับปากว่าจะช่วยดูแลรักษาจนหาย และได้มาเยี่ยมพ่อที่บ้านพร้อมให้เงินทำขวัญ 1,500 บาท บอกว่ารอให้นายอมร คนขับรถจักรยานยนต์คู่กรณีซึ่งก็บาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลแล้วค่อยมาพูดคุยเรื่องค่าเยียวยากัน แต่ผ่านไปเกือบเดือนแล้วก็ยังเงียบ พอตำรวจเรียกไปไกล่เกลี่ยที่โรงพักคู่กรณีก็ปฏิเสธอย่างเดียวว่าไม่ได้ชนคนแค่ชนควายเท่านั้น จึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งหลังจากเกิดเหตุต้องเสียทั้งค่าเดินทางไปหาหมอที่ รพ. ค่ากิน และตนยังต้องเสียโอกาสไม่ได้ทำงานมาหลายวันแล้ว เพราะต้องลานายจ้างมาดูแลลูกชาย และเดินเรื่องเอกสารต่างๆ ก็อยากวอนให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบด้วย

ด้านนายอมร สุขจิต คู่กรณี บอกว่า วันเกิดเหตุตนขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำธุระที่บ้านเสม็ด ต.สูงเนิน กำลังจะกลับบ้าน แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้เสียหลักชนควายที่เจ้าของจูงมาตามถนน จนรถล้มและตนเองก็ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ยืนยันว่าไม่ได้ชนตา กับหลาน แค่ชนควายเท่านั้น ไม่รู้ว่าตา กับหลานบาดเจ็บได้ยังไง หรือตอนเกิดเหตุควายอาจจะตกใจวิ่งไปชน ตา หลานหรือไม่ตนก็ไม่รู้ ส่วนที่ลูกสาวคู่กรณีจะเรียกค่าเสียหาย 40,000 บาทนั้น ตนไม่มีปัญญาหามาจ่ายให้ได้ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย
ขณะที่นายใส ธรรมนาม ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า เบื้องต้นก็ได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยไกลเกลี่ยกันเพราะถือว่าเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งในวันเกิดเหตุตนเองก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ มาทราบก็ตอนที่มีชาวบ้านมาบอกว่านายอมร ขับรถชนแต่ไม่รู้ว่าชนคน หรือชนควาย แต่พอไปที่เกิดเหตุก็เห็นแต่นายอมร นอนบาดเจ็บอยู่แล้วมีหน่วยกู้ชีพมาปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่พอนายมร ออกจากโรงพยาบาลตนก็ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดำเนินการไกลเกลี่ยแทนเพราะตนเองติดธุระ เพราะเห็นว่าเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันน่าจะพูดคุยกันได้ จากการพูดคุยวันนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงนัดมาไกลเกลี่ยกันอีกครั้งวันที่อาทิตย์ หากไม่สามารถพูดคุยกันได้ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

สุรชัย พิรักษา /บุรีรัมย์