สุรินทร์-แสดงของช้างอย่างยิ่งใหญ่เสมือนจริงทุกฉาก ได้รับความสนใจจากชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวเข้าชมการอย่างคึกคัก

7

วันที่ 21 พ.ย. 63  ที่สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ จัดให้มีการแสดงของช้างอย่างยิ่งใหญ่เสมือนการแสดงจริงทุกฉากการแสดง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ และนักท่องเที่ยวเข้าชมการซ้อมในครั้งนี้กันอย่างคึกคัก เกือบเต็มความจุ ซึ่งการจัดงานแสดงของช้างสุรินทร์ปีนี้ ถือเป็นปีที่ 60 ซึ่งทางจังหวัดสุรินทร์ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีภายใต้งานช้าง 60 ปี โดยในแต่ละฉากหรือแต่ละองก์ เน้นการจัดแสดงวัฒนธรรมประเพณี ส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตคนกับช้าง ประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปลงเมือง และวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ จะปรากฏในฉากการแสดงช้างที่ยิ่งใหญ่ ที่กำหนดไว้จำนวน 5 ฉากหรือ 5 องก์ ทั้งภาคกลางวัน และภาคกลางคืน ประกอบด้วย 

ฉากการแสดงภาคกลางวัน องก์ที่ 1 ช้างชูไทย 60 ปีงานช้างสุรินทร์ แสดงถึงการพัฒนาการงานแสดงของช้างที่ยิ่งใหญ่ที่ผ่านมากว่า 60 ปี องก์ที่ 2 การจับช้างป่า หรือการโพนช้าง ซึ่งเป็นการแสดงของการคล้องช้าง หรือจับช้าง หรือโพนช้าง ของชาวกูยเลี้ยงช้างในอดีตที่หารชมไม่ได้อีกแล้ว องก์ที่ 3 เฉลิมยศ ฉลองเมือง พระยาสุรินทร์ภักดี ซึ่งเมือสมัยอยุธยา หัวหน้าชาวกูย แห่ง หมู่บ้านคูประทาย ชื่อ เชียงปุม และลูกบ้านกลุ่มหนึ่ง ได้ช่วยขุนนางผู้มียศศักดิ์จากราชสำนักอยุธยา  คล้องช้างเผือกที่แตกโรงมาจากพระนครให้กลับคืนไปได้ ต่อมาหัวหน้าชาวกูยผู้นั้น ได้รับราชการกับราชสำนักอยุธยา จนได้รับพระราชทาน บรรดาศักดิ์เป็น หลวงสุรินทร์ภักดี และต่อมาได้เลือนเป็นพระยาสุรินทร์ภักดี ศรีณรงค์จางวาง เป็นเจ้าเมืองปกครอง เมืองประทายสมันต์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองสุรินทร์ ตามนามของพระยาสุรินทร์ภักดีถึงปัจจุบัน องก์ที่ 4 แสดงการละเล่นของช้าง เป็นการแสดงถึงความสามารถของช้างแสนรู้ และความน่ารักของช้าง เช่น ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป ช้างแสดงความสามารถด้านต่าง ๆ เป็นต้น องก์ที่ 5 แสนยานุภาพช้างไทยป้องปฐพี เป็นฉากที่แสดงความยิ่งใหญ่ของทัพมหากษัตริย์ไทยในอดีต ซึ่งใช้ช้างในขบวนทัพ และการทำยุทธหัตถี ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา และพิเศษในปีนี้ซึ่งเป็นที่ครอบรอบ 60 ปีของงานช้างสุรินทร์ ทางจังหวัดสุรินทร์ได้จัดให้มีการแสดงของช้างใน

ภาคกลางคืนประกอบ แสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ภาคกลางวันด้วยฉากการแสดงจำนวน 4 ฉากหรือ 4 องก์ ประกอบด้วย องก์ที่ 1 บูชาเทพแห่งพิฆเนศวร เป็นฉากการแสดงถึงความสำคัญของช้าง องก์ที่ 2 กำเนิดหัวเมืองเขมรป่าดง เมื่อปี พ.ศ.2260 กลุ่มผู้นําหมู่บ้านกูยที่มีความสามารถในการจับและฝึกช้างป่าอพยพจากเมืองอัตตปือข้ามลำน้ำโขง แล้วเดินทางตามลำน้ำมูลเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่กรุงศรีอยุธยาเรียกว่า เขตเขมรป่าดง โดยแบ่งออกเป็นเป็น 6 สาย และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ต่าง ๆ ซึ่งเมื่อมีศึกสงครามก็จะนำช้างไปช่วยทำศึก แสดงถึงขบวนทัพช้างแห่งเอเชียอัคเนย์ในอดีต องก์ที่ 3 การจับช้างป่า หรือ การคล้องช้าง หรือการโพนช้างของชาวกูยเลี้ยงช้างจังหวัดสุรินทร์ในอดีต องก์ที่ 4 เฉลิมยศ ฉลองเมือง พระยาสุรินทร์ภักดี โดยสมัยอยุธยา หัวหน้าชาวกูย แห่ง หมู่บ้านคูประทาย ชื่อ เชียงปุม และลูกบ้านกลุ่มหนึ่ง ได้ช่วยขุนนางผู้มียศศักดิ์จากราชสำนักอยุธยา คล้องช้างเผือกที่แตกโรงมาจากพระนคร ให้กลับคืนไปได้ ต่อมาหัวหน้าชาวกูยผู้นั้น ได้รับราชการกับราชสำนักอยุธยา จนได้รับพระราชทาน บรรดาศักดิ์เป็น หลวงสุรินทร์ภักดี จากนั้นอีกสามปี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกหมู่บ้านคูประทายขึ้นเป็นเมือง ประทายสมันต์ และเลื่อนบรรดาศักดิ์หลวงสุรินทร์ภักดี เป็นพระยาสุรินทร์ภักดี ศรีณรงค์จางวาง แล้วให้เป็นเจ้าเมืองปกครอง เมืองประทายสมันต์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา องก์ที่ 5 แสนยานุภาพช้างไทยป้องปฐพี การแสดงการทำยุทธหัตถีของพระมหากษัติรย์สมัยโบราณ ซึ่งผืนแผ่นดินไทยดำรงอยู่ได้ด้วยพระปรีชาสามารถแห่งบูรพกษัตริย์ของไทย และ ความสามารถของ คชสาร ที่กู้ชาติ กู้แผ่นดิน ไว้ในอดีตหลายยุค หลายสมัย การศึกสงครามเมื่อ ครั้งอดีต ช้างบ่งบอกถึงแสนยานุภาพอันเกรียงไกรโดยจะใช้ช้างร่วมการแสดงกว่า 160 เชือก 

            ดังนั้นหากผู้ชมและนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมงานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์แล้ว ทุกคนจะได้เห็นถึงความสำคัญของช้างที่อยู่คู่กับแผ่นดินไทยมาช้านาน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ได้ไปเที่ยวชมการแสดงของช้างจังหวัดสุรินทร์ ในวันเสาร์ที่ 21 และ วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563 นี้ ที่สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ. สุรินทร์ (วันละ 2 รอบรอบกลางวัน และรอบกลางคืน ราคาบัตรเข้าชมงานแสดงช้าง เริ่มต้นที่ราคา 300 , 500 โดยผู้สนใจเข้าชมการแสดง สามารถซื้อ/จองบัตรลวงหน้าได้ที่ สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ หรือ โทร 044 512 039 

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร/ รมิตา สิงหเสรี …ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์