สุรินทร์-ตลาดสุกรผู้ส่งออกไปเวียดนาม-กัมพูชา รวมตัวประท้วงหวังนายกฯช่วย หลังรัฐอนุญาตเพียง 5บริษัท ล่าสุด สุกรผู้ส่งออกกลุ่มผู้ส่งออกจำนวน 15 บริษัทได้ส่งออกสุกรถึงปลายเดือนธันวาคมนี้

80

วันนี้(11 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้มีผู้ประกอบการส่งออกหมูไปเวียดนาม-กัมพูชา ที่มาจากทุกภาคของไทยทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกและอีสานกว่า 30 คัน จอดตกงานอยู่หลังจากส่งออกหมูไม่ได้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเลี้ยงหมูจังหวัดสุรินทร์ กว่า 100 ราย รวมตัวใช้รถบรรทุกคอก 18 ล้อ จอดเรียง2ฝั่งริมถนนสาย 214 อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พร้อมติดป้ายผ้าระบุข้อความว่า “ลุงตู่ช่วยด้วยคนส่งหมูจะตายแล้ว”

หลังจากเหล่าผู้ประกอบการได้รับหนังสือแจ้งจากกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระบุถึงบริษัทที่สามารถส่งออกหมูได้เพียงจำนวน 5 บริษัท ทั้งที่มีบริษัทประกอบกิจการทั้งหมดกว่า 30 บริษัท จึงทำให้ผลประกอบการลดลงจากการที่ไม่สามารถส่งออกและนำผ่านหมูไปยังประเทศกัมพูชาได้ นายพัฒนกรณ์ ปลงสี อายุ 38 ปี ผู้ส่งออก ชาว จ.บุรีรัมย์ หนึ่งในได้รับผลกระทบ ระบุว่าบริษัทของตนส่งออกหมูไปยังประเทศกัมพูชามานานกว่า 20 ปี โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของทางกรมปศุสัตว์ประเทศไทยและประเทศกัมพูชามาโดยตลอด

 ต่อมาเมื่อวันที่5 พฤศจิกายน 2563ได้รับหนังสือแจ้งจาก นายวัชรพล โชติยะปุตตะ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านปศุสัตว์ระหว่างประเทศ ว่ามีเพียง 5 บริษัทเท่านั้น ที่ผ่านเงื่อนไขการตรวจสอบการป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้ตนและกลุ่มผู้ส่งออกหมูของไทยกว่าอีก 30 บริษัท ที่ผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ไทยมาโดยตลอด ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ไม่สามารถส่งออกหมูไปยังประเทศกัมพูชาได้ และยังอาจส่งผลให้ราคาหมูภายในประเทศตกต่ำ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกได้ ทำให้ผลผลิตล้นตลาด คาดว่าการเสียหายครั้งนี้มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

อีกมุมของบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกหมูได้ชี้แจงดังนี้ ด้านนายคงฤทธิ์ ค่ำคูณ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.5 ต.ช่องสาลิกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ตัวแทน 1ใน5 บริษัท ที่ยังคงได้รับการอนุญาตส่งออกหมูไปประเทศเพื่อนบ้าน เล่าว่าตามที่มีสื่อได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น กลุ่มพวกตนนั้นเป็นบริษัทคู่ค้าที่ทางบริษัทฝั่งประเทศเพื่อนบ้านยังคงให้ความเชื่อมั่นในระบบคุณภาพที่ทางรัฐได้กำหนดทุกประการ เริ่มตั้งแต่การจัดการระบบฟาร์มพักคอกหมูเพื่อฆ่าเชื้อรอการส่งออก ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ โดยทางนายคงฤทธิ์ได้นำผู้สื่อข่าวสำรวจจุดบริเวณลานพักหมูตั้งแต่จุดทางเข้าจะมีป้ายเตือนบอกทุกจุดอย่างชัดเจน มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีระบบคอกพักฆ่าเชื้อหมูทุกตัวและฆ่าเชื้อรถเข้าออกทุกคัน และคัดแยกรถที่รับหมูมาจากฟาร์มออกจากรถที่คอยบรรทุกข้ามแดนไปฝั่งกัมพูชา

นอกจากนี้นายคงฤทธิ์ยังได้นำเอกเอกสารที่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ให้เป็นผู้ส่งออกมากางให้ผู้สื่อข่าวดู โดยนายคงฤทธิ์กล่าวว่า การอนุญาตนั้นเป็นกระบวนการขั้นตอนของภาครัฐ ต้องยื่นเอกสารตามลำดับขั้นตอน โดยพวกตนนั้นได้ดำเนินการครบทุกขั้นตอนแล้วจนได้รับการอนุญาตให้เป็นผู้ส่งออกได้ ด้านนายคงฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อให้ตลาดการค้าส่งออกสุกรไทยไปเวียดนามและกัมพูชาเจริญเติบโตไปข้างหน้านั้น ตนเห็นว่าทุกฝ่ายควรมาพูดคุยกันมาปรึกษาหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางช่วยเหลือพี่น้องผู้ค้าส่งออกสุกรทุกรายที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

ล่าสุดนายพัฒนกรณ์  แปลงดี แกนนำกลุ่มคนงานผู้ประกอบการส่งออกหมูสู่ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่งหมูสู่ประเทศกัมพูชา นั้นได้ขนส่งมานานนับปี แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้ตัดสิทธิ์ผู้ประกอบการจำนวน 15 บริษัท ซึ่งกลุ่มคนงานขับรถบรรทุกหมูของตนนั้น ได้รับผลกระทบตกงานหลายร้อยชีวิตถูกตัดสิทธิ์การส่งออกไปประเทศกัมพูชา ทำให้พวกตนต้องยกขบวนมาปิดถนน แต่ตนจะเปิดให้รถขนส่งสินค้าอื่น ๆ เว้นเฉพาะรถบรรทุกหมูของบริษัทที่ได้ขนส่งเข้าสู่ประเทศกัมพูชาไม่ได้เท่านั้น ซึ่งในวันนี้กลุ่มคนงานผู้ส่งออกจำนวน 15 บริษัทฯได้ส่งออกสุกรถึงปลายเดือนธันวาคมนี้ เป็นที่พอใจจึงได้แยกย้ายกันกลับตอไป

เขมชาติ ชุณหกิจขจร…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์…รมิตา สิงหเสรี