ยะลา-“บิ๊กบี้” ลงใต้ พบปะผู้นำศาสนาและประชุมติดตามงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต.

23

วันนี้ 4 พ.ย.63 เวลา 09.30 น. ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบปะผู้นำศาสนาในพื้นที่ พบปะหารือ พร้อมทั้งมอบกระเช้าให้กับผู้นำศาสนา จากนั้นได้เป็นประธานในการประชุมตรวจเยี่ยมติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยกองกำลังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9/ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ,พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 5 จังหวัด(ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล) และผู้บังคับบัญชาหน่วยกองกำลัง ทหาร ตำรวจ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม
สำหรับการเดินทางลงมาในพื้นที่ พบปะหน่วยกองกำลัง ติดตามผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งมอบนโยบายแนวทางปฏิบัติในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสานการปฏิบัติร่วมกับทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ต่อไป

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ลงมาในพื้นที่ จชต.ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ความตั้งใจคือมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และติดตามการปฏิบัติงาน ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เหตุการณ์ต่างๆ.ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา แนวทางการทำงานในขณะนี้ ถือว่าดีอยู่แล้ว แนวทางการทำงานยังคงเจตนารมณ์ที่จะสานต่อสิ่งที่ทำมาต่อไป จะเน้นย้ำเพิ่มเติมในสิ่งที่สำคัญให้หน่วยดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พื้นที่นี้กลับมาสงบร่มเย็นอีกครั้ง  นอกจากนี้วันนี้ยังได้มาพบปะผู้นำศาสนาถือเป็นเรื่องที่ดียิ่ง ก็ได้ขอบคุณผู้นำศาสนาทุกจังหวัดที่ได้ให้คำแนะนำที่ดีกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ปัญหาพื้นที่  ทำให้สถานการณ์และการพัฒนาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการพูดคุยกันผู้นำศาสนาก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมในการทำงานเพื่อช่วยให้พื้นที่มีความสงบสุข สำหรับพื้นที่ จชต. นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว เรื่องของการป้องกันภัยจากโรคระบาดเป็นอีกบทบาทสำคัญที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องดูแล โดยเฉพาะกำลังป้องกันชายแดนถือเป็นหน้าด่านสำคัญที่จะช่วยป้องกันให้ภายในบ้านนั้นปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่เฉพาะทหาร ทั้งตำรวจ ปกครอง และประชาชนต้องช่วยกัน อีกทั้งในพื้นที่ภาคใต้ยังมีปัญหาเรื่องภัยแทรกซ้อน ทั้งปัญหาแรงงานต่างด้าว ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ต้องเข้มงวดให้มากขึ้น และเป็นงานหนักที่เจ้าหน้าที่ต้องดูแล กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้จึงตั้งใจมาดูแลทุกข์สุขของกำลังพลในพื้นที่ด้วย ก็ให้ทุกคนได้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน ทั้งการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน และอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่

จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคน ว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ แม้จะมีปัญหาเรื่องความมั่นคง แต่จะเห็นได้ว่า เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ มาได้โดยตลอด ด้วยความเป็นคนไทยที่อยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม และยึดมั่นในความเป็นคนไทย ที่มีความรักในผืนแผ่นดินไทย รักบ้านเกิดของตน ซึ่งหากทุกคนร่วมมือกันในการรักษาความสงบ ความร่มเย็นเป็นสุขก็จะตามมา ความอยู่ดีกินดีก็จะตามมา เมื่อนั้นสันติสุขก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ผบ.ทบ.ลงมาพื้นที่และได้พบปะกับผู้นำศาสนาทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมาพูดคุยขอบคุณผู้นำศาสนาที่ได้ให้ความร่วมมือกับราชการด้วยดีเสมอมา จนทำให้เหตุการณ์ต่างๆ ในพื้นที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทางผู้นำศาสนาก็ขอให้กองทัพได้รักษาความสงบเช่นนี้ต่อไป ด้วยการดำเนินการใน 3 เรื่อง คือ เรื่องการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ จากผลกระทบของโควิด 19 โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันไม่มีงานทำ เรื่องต่อมาคือการพัฒนาความรู้ ที่นำไปสู่ความมั่นคง ความสมานฉันท์ในสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาในพื้นที่ และเรื่องสุดท้ายคือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของพี่น้องต่างศาสนา ระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิม ให้เกิดความไว้เนื้อเชื้อใจรักใคร่สมัครสมานเข้าใจความแต่ต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งกันและกันดังเช่นที่ผ่านมาในอดีต รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างราชการกับประชาชน ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่าดีขึ้นเป็นลำดับ ด้วยเพราะใช้การเจรจาพูดคุยตามแนวทางสันติวิธี ซึ่งมาถูกทางแล้วในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาพ/ข่าว อะหมัด รามันห์สิริวงศ์/ยะลา