สืบสานประเพณีประทีปมะสัง บูชาพญานาค

57

ชาวบ้านทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ สืบสานประเพณี “จุดประทีปมะสังบวงสรวง ลอยพระแม่คงคาบูชาพญานาค” มีแห่งเดียวในอีสาน ที่มีการอนุรักษ์เอาไว้ชั่วลูกหลานสืบมานับพันปี ตั้งแต่สมัยโบราณกาล

วันที่ 3 ตุลาคม 2563 จากเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ บริเวณหน้าวัดบ้านทุ่งไชย ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีพี่น้องประชาชน ชาวบ้าน ได้ร่วมกันออกมาประดิษฐ์ ประทีปมะสัง หรือ ตีนกา เพื่อเตรียมในการลอยสู่แม่น้ำคงคา บูชาพญานาค ไหว้องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ตามความเชื่อ นับจากอดีตกาลนานมาแล้ว มีการสืบประเพณีในการนำลูกมะสัง พืชยืนต้นที่มีต้นขึ้นตรง สูง เนื้อเหนียว มีกิ่งแตกออกด้านข้างทำมุมฉากกับลำต้น ทั้งต้น ทั้งใบ ทั้งลูก ราก สามารถนำมาเป็นยานับตั้งแต่สมัยโบราณ ขับเลือดลมให้เดินสะดวก คนสมัยก่อนมักนำผล ราก ลำต้น มาต้มน้ำร้อนดื่มกิน หรือนำใบมากินเป็นเครื่องเคียงกับข้าว กับน้ำพริก เป็นต้น และจากรูปลักษณะของต้น จะเป็นคุณสมบัติที่เป็นต้นไม้มงคล ชาวบ้านจึงได้นำลูกมาผ่าครึ่ง แล้วนำเทียนหยดลงไป ก่อนที่จะนำด้ายดิบมาทำเป็นใส้เทียน จุดเป็นประทีป ก่อนนำไปลอยน้ำ เป็นความเชื่อในการนำสิ่งที่ดีงามลอยไปบูชาพญานาค ขอพระไหว้พระพุทธเจ้าในสายน้ำ โดยชาวบ้านทุ่งไชยได้จัดเตรียมประทีปลูกมะสัง กันตั้งแต่หัววัน นำมาผ่าและทำเป็นประทีป ก่อนที่จะนำมาถวายพระ สวดมนต์ นำพาประกอบพิธีลอยประทีปมะสังลงในอ่างเก็บน้ำของวัดทุ่งไชย

นายสมมาศ ถาวร นายก อบต.ทุ่งไชย ร่วมกับกำนันตำบลทุ่งไชย ผู้นำชุมชน ชาวบ้านในเขตตำบลทุ่งไชย ได้นำลูกหลานสืบสานประเพณี บูชาพระพญานาคด้วยประทีปโคมไฟมะสัง เล่าว่า ตำนานการจุด จุดประทีปมะสังหรือ ตีนกา ในวันออกพรรษา ซึ่ง กาขาว เป็นวรรณกรรมศาสนา ซึ่งอธิบายถึงกำเนิดของพระโพธิสัตว์ในภัทรกัปทั้ง 5 พระองค์ ต้นฉบับที่มาของเรื่องอาศัยเค้าเรื่องจากนิทานมุขปาฐะ สรุปได้ว่า กาขาวผัวเมียออกไปหากิน ทิ้งไข่ไว้ในรัง 5 ฟอง เกิดพายุใหญ่พัดไข่หล่นลงน้ำและลอยไปติดตลิ่ง แม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค และแม่ราชสีห์ เก็บไปไว้ ภายหลังไข่ได้แตกออกเป็นมนุษย์ จึงให้นามตามวงศ์ของแม่สัตว์ที่เก็บไข่มาแต่ละฟอง คือ ทารกที่เกิดจากไข่ซึ่งแม่ไก่เก็บมาให้นามว่า กุกกุสันโท, ทารกที่เกิดจากไข่ซึ่งแม่นาคเก็บมาให้นามว่า โคนาคม,ทารกที่เกิดจากไข่ซึ่งแม่เต่าเก็บมาให้นามว่า กัสสปะ, ทารกที่เกิดจากไข่ซึ่งแม่โคเก็บมาให้นามว่า โคดม หรือพระพุทธเจ้าในยุคโลกนี้, ทารกที่เกิดจาไข่ซึ่งแม่ราชสีห์เก็บมาให้นามว่า ศรีอาริย์  ส่วนกาสองผัวเมียเมื่อกลับรังไม่เห็นไข่ก็เศร้าโศก กลั้นใจตายไปเกิดในสวรรค์เป็น กาพรหม เมื่อทารกต่างก็เจริญวัย เห็นลักษณะรูปร่างของตนไม่เหมือนกับแม่ที่ชุบเลี้ยงก็สอบถามจนได้ความจริง และต่างก็ออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญศีลภาวนาเพื่อให้ได้พบแม่ที่แท้จริง ผลที่สุดก็ร้อนถึงกาพรหมต้องแปลงกายเป็นกาขาวลงมาพบและบอกว่าถ้าคิดถึงให้เอาด้ายดิบฟั่นแล้วฉีกเป็นรูปตีนกา จุดประทีป บูชาแก่นาง หลังจากที่ฤาษีทั้งห้าตนได้พบกับกาขาวแล้ว ต่างก็รักใคร่ห่วงใยกันฉันพี่น้อง และมุ่งมั่นบำเพ็ญภาวนาเมื่อสิ้นอายุขัยได้ไปปฏิสนธิยังสวรรค์ชั้นดุสิต ชาวบ้านจึงได้ทำการบำเพ็ญเพียร ถือศีล บูชาสายน้ำ บูชากาขาว เพื่อปรารถนาไปปฏิสนธิในสวรรค์ นิพานตามพระพุทธเจ้า สืบต่อมา

////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ