ขอนแก่น-“โนอึล” ส่งผลดีเติมน้ำเขื่อนในภาคอีสานกลางแล้วกว่า 150 ล้าน ลบ.ม. คาดการณ์ภายในสัปดาห์นี้ เขื่อนอุบลรัตน์ มีน้ำใช้การเกินเกณฑ์น้ำก้นอ่าง

27

นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุโซร้อน “โนอึล” ในช่วงวันที่ 18-21 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีฝนตกกระจายในพื้นที่อีสานกลางทั้ง 5 จังหวัด วัดปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 170 มม. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 50% แต่ก็ส่งผลดีทำให้ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ขนาดใหญ่ 3 แห่งได้แก่ เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มีน้ำไหลเข้าสะสม 24 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ 28 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 27 ล้าน ลบ.ม. รวมปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯขนาดใหญ่สะสมรวม 79 ล้าน.ลบ.ม. สำหรับอ่างฯขนาดกลาง จำนวน 69 แห่ง มีปริมาณน้ำไหลเข้าสะสม 75 ล้าน ลบ.ม. ทำให้อ่างฯขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% ลดลงเหลือเพียง 21 แห่ง จากเดิมที่มีน้ำน้อยกว่า 30 % จำนวน 32 แห่ง รวมปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯขนาดใหญ่และอ่างฯขนาดกลางประมาณ 154 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจากการคาดการณ์ภายในสัปดาห์นี้จะมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำรวมกันประมาณ 200-300 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เดิมมีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่าน้ำก้นอ่าง -107 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบัน (22 ก.ย.63) มีปริมาณน้ำ -85 ล้าน ลบ.ม. และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ประมาณ 100-150 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปัจจุบันมีน้ำไหลเข้าสะสมแล้วประมาณ 27 ล้าน ลบ.ม. และจะมีน้ำที่ล้นตลิ่งอยู่บริเวณต้นลำน้ำพองที่บ้านผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ไหลลงมาเพิ่ม คาดว่าจะใช้เวลา 3-7 วัน น้ำจะเดินทางมาถึงเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำใช้การของเขื่อนอุบลรัตน์อยู่ในเกณฑ์มากกว่าปริมาณน้ำก้นอ่าง ด้านผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ที่จังหวัดชัยภูมิในบริเวณลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำลำปะทาว ท้ายอ่างเก็บน้ำลำคันฉู พื้นที่ลุ่มต่ำลำน้ำเชิญในอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น และพื้นที่ลุ่มต่ำลำน้ำยัง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังรวมประมาณ 13,400 ไร่ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้เร่งให้ความช่วยเหลือโดยได้นำเครื่องจักรเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำเข้าไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกจากนี้ยังได้บริหารจัดการน้ำโดยใช้อาคารชลประทานเพื่อกักเก็บและระบายน้ำผันเข้าไปเก็บกักไว้ในแก้มลิงและแหล่งน้ำธรรมชาติ คาดการณ์ว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว สถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 3-4 วันนี้ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้วางระบบการบริหารจัดการลุ่มน้ำชี-มูล แบบอัจฉริยะ แจ้งเตือนภัยทันทีที่เกิดวิกฤต รวมถึงได้บูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ข่าว-ภาพ กัมพล ดวงชิน