ยโสธร-จัดเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟ

19

จังหวัดยโสธรจัดเสวนาเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธรเพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่อย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร และเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสามารถยกระดับการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้มีกรพัฒนาต่อยอดและสร้างเป็นแหล่งอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป 

วันที่ 19 กันยายน 2563 ที่ห้องประชุมมณีนพเก้า โรงแรมเดอะกรีนปาร์คแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร นายพิกิฏ  ศรีชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสวนาเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่อย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร และเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสามารถยกระดับการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้มีการพัฒนาต่อยอดและสร้างเป็นแหล่งอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป กิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร  การส่งเสริม สนับสนุนและยกระดับการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับประเทศ  ควรพัฒนาต่อยอดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธรให้เกิดคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการจัดกิจกรรมเสวนาเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร 

 ดร.ประยงค์  แก่นลา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ตามที่จังหวัดยโสธร โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธรร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร กำหนดจัดโครงการประชุมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นการจัดงานเพื่อบูชาพญาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่า พญาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบบั้งไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ โดยประเพณีบุญบั้งไฟนิยมทำกันในเดือนหก ถือเป็นประเพณีสำคัญที่จะขาดไม่ได้ เพราะตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน ชาวอีสานมีความเชื่อว่าถ้าปีใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง ไม่มีน้ำทำนา แต่ถ้าปีใดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล เกิดความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัย การจุดบั้งไฟก็อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่แสดงความคารพหรือส่งสัญญาณความภักดีไปยังแถน ชาวอีสานจำนวนมากเชื่อว่าการจุดบั้งไฟเป็นการขอฝนจากพญาแถน นอกจากนี้ในวรรณกรรมอีสานยังมีความเชื่ออย่างหนึ่งคือ เรื่องพญาคันคาก หรือคางคก พญาคันคากได้สู้รบกับพญาแถนจนชนะ แล้วให้พญาแถนบันตาลให้ฝนตกลงมายังโลกมนุษย์ โดยมนุษย์จะจุดบั้งไฟเป็นสัญญาณในการขอฝนจากพญาแถน ซึ่งงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร จะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมในทุกปี โดยในงานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธรมีความโดดเด่นในการจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การประกวดกาพย์เซิ้งบั้งไฟ การประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงามและบั้งไฟโบราณ การประกวดกองเชียร์ การประกวดธิดาบั้งไฟ และการจุดงไฟขึ้นสูง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน สืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป 

โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย คณะสงฆ์จังหวัดยโสธร จำนวน 10 รูป ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 90 คน ผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 135 คน เครือข่ายสภาวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน 23 คน ผู้เกี่ยวข้องผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ จำนวน 135 คน ผู้สนใจทั่วไป จำนวน 47 คน และผู้สื่อข่าวท้องถิ่น จำนวน 10 คน รวมทั้งหมด จำนวน 450 คน 

ภาพ/ข่าว  ธงชัย   สุณีศรี       รายงานจากยโสธร