ศรีสะเกษ-เสวนาสภาเกษตรกร ลงนามร่วมเกษตรอินทรีย์

83

สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ จัดประชุมเสวนา การพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ โดยมี สว.บุญมี สุรโคตร และ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมวงเสวนา

วันที่ 14 สิงหาคม 2563 ที่ ห้องประชุมโอทอป องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายหมุน แซ่จึง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ, นางสาว วิชามญช์ แซ่จึง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมให้การต้อนรับ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสว.บุญมี สุรโคตร ในนามประธานกลุ่มผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์บ้านอุ่มแสง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ที่ร่วมเดินทางมาร่วมโครงการประชุมเสวนา การพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ ในภาพเช้าได้ร่วมกันทำความตกลงในการ บันทึกข้อตกลง        ( MOU ) การจัดส่งผลผลิตทางการเกษตร ระหว่าง กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน กับ บริษัท ทำนองเจริญทรัพย์, บริษัท ดีดี ออร์แกนิกฟาร์ม, ห้างหุ่นส่วนเกษตรกรธรรมชาติอินทรีย์ศรีสะเกษ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการจัดการส่งสินค้าทางการเกษตรด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิ์ภาพ ถึงมือผู้รับผู้สั่งอย่างปลอดภัย สดใหม่ในทุกๆ วัน

จากนั้นในช่วงบ่าย ได้จัดเวทีเสวนา “แนวทางการพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ” โดยมี นาย เอกอมร มะโนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่ ทำหน้าที่นำการเสวนา ซึ่งมี นายบุญมี สุระโคตร สมาชิกวุฒิสภา ( สว.) ประธานกลุ่มผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ บ้านอุ่มแสง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ, นายไพฑูรย์ ฝางคำ ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน, นายเดชทะนง กล้วยนิจ อธิการบดีมหาวิชชาลัยธรรมชาติ วิทยาเขตปรางค์กู่, นายทองเตียง บริบาล เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวดีเด่น เลี้ยงเพื่อส่งขายเป็นรายได้กว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน มีโรงเชือดเป็นของตนเอง และนางสาว วิชามญช์ แซ่จึง หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมวงเสวนาตอบข้อซักถามของผู้นำเกษตรกร จาก 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ ที่เข้าร่วมประชุม ร่วมรับฟังการเสวนาในครั้งนี้กว่า 500 คน โดยข้อสรุปของวงเสวนา ได้สร้างความเชื่อมั่นในการทำการเกษตร ที่เป็นอาชีพที่จะนำพาเกษตรกร และคนไทย ให้รอดพ้นจากทุกสถานการณ์ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีความเป็นอยู่ตามแบบวิถีพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 เพียงแต่วันนี้เกษตรกร จะต้องหันมาพัฒนาอาชีพเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ตามวิถีศรีสะเกษ ตนปลอดภัย เกษตรปลอดสาร พร้อมกับการทำปศุสัตว์ควบคู่ไปด้วย อย่างเช่น การเลี้ยงโคเนื้อแบบยั่งยืน เป็นการเลี้ยงแบบขาย ไม่ใช่เลี้ยงไว้ดูในครอบครัว ทุกคนได้รับฟังประสบการจริงของผุ้ร่วมวงเสนา และได้สอบถาม รับฟังการตอบข้อสงสัยจนเป็นที่พอใจ มั่นใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

จากนั้น พันเอก พัฒนพงศ์ แสนภูวา หัวหน้ากลุ่มงานนโยบาลแผนและข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวปิดเวที

///////////////////////

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ