บุรีรัมย์-อุทาหรณ์ซื้อที่ปลูกบ้านอยู่ 15 ปีไม่โอนจู่ๆ ถูกฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหาย 4 แสน 5 ชีวิตไร้ที่อาศัยวอนช่วยทั้งน้ำตา

20

(13 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ว่ามีครอบครัวหนึ่งอยู่ 5 ชีวิต ต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยและจะต้องจ่ายค่าเสียหายอีกเกือบ 400,000 บาท ทั้งที่เป็นที่ดินและบ้านของตัวเองที่ซื้อมากับมือ

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 8 ต.หนองไชยศรี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นของ นางวงเดือน ลุนสำโรง อายุ 48 ปี พบว่ากำลังรื้อถอนนำวัสดุโครงสร้างของบ้านออกจากพื้นที่ ทั้งนี้นางวงเดือน ยังได้นำหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินเนื้อที่ 1 งาน 23 ตารางวา ระบุชื่อชายคนหนึ่งในโฉนดเจ้าของที่ดิน

นางวงเดือน เล่าว่า ตนซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากนายปรีชา เจ้าของเดิม จำนวน 1 แปลง จากทั้งหมด 7 แปลงที่เขาแบ่งล็อกขาย โดยทำสัญญาซื้อขายกันไว้เมื่อปี 2547 ในราคา 20,000 บาท และจ่ายเงินให้ครบทั้งหมดแล้ว หลังจากซื้อได้ประมาณ 1 ปี เจ้าของเดิมได้นำโฉนดมาให้ หลังแบ่งแยกเป็นแปลงออกเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับบอกว่า ไปโอนตอนไหนก็ได้ เพราะโฉนดอยู่กับนายปรีชา เอง
นางวงเดือน กับสามีจึงใจเย็น หาเงินได้ค่อยๆ สร้างบ้านที่ละนิดมาตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ต่อมาลูกสาวซึ่งไปทำงานต่างจังหวัดแยกทางกับสามี แล้วนำลูกมาให้เลี้ยงอีก 3 คน อายุ 5 ขวบ 4 ขวบ และ 1 ขวบครึ่ง จากนั้นเมื่อปี 2560 ตนพอจะมีเงินค่าโอนที่ดิน จึงบอกนายปรีชา เจ้าของที่ดินเดิมไปสำนักงานที่ดิน อ.หนองหงส์ เพื่อจะโอนที่ดินให้แล้วเสร็จ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินแจ้งว่า ที่ดินถูกอายัดแล้ว ไม่สามารถโอนได้ พอสอบถามนายปรีชา เจ้าของที่เดิมก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง

กระทั่งเดือนเมษายน 2561 มีหมายจากสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง โดยระบุข้อความว่า ให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ตนยอมรับว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ครอบครัวรวม 5 ชีวิตได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไปอาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กเช่นกัน จึงอยากจะให้ผู้รู้มากฎหมายแนะนำหาแนวทางช่วยเหลือด้วย เพราะอยากได้บ้านคืน

ขณะที่ น.ส.ชัตริญา แก้วสลับสี อายุ 35 ปี น้องสาว บอกว่า หลังจากอ่านเอกสารของศาลจังหวัดนางรอง ระบุเนื้อหาจะต้องชดใช้ให้กับทนายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินจากสำนักงานบังคับคดีมา โดยเรียกค่าเสียหายที่มาอยู่ในที่ดินคนอื่นเป็นเงินกว่า 70,000 บาท และเป็นค่าล่วงละเมิดอีกกว่า 300,000 บาท (ไม่รวมดอกเบี้ยอีก 7.5 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่วันฟ้อง)

น.ส.ชัตริญา กล่าวว่า ตนเคยโทรศัพท์ประสานทนายคนที่ที่ประมูลที่ดินได้ ว่าถ้าจะขอซื้อคืนจะขายเท่าไหร่ ได้รับคำตอบจากทนายว่า “ต้องจ่ายค่าเสียหายมาทั้งหมดก่อนคือประมาณ 400,000 บาท แล้วค่อยมาว่ากันเรื่องซื้อคืน” จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เจ้าของที่ดินเดิมไปกู้เงินนอกระบบ แล้วถูกฟ้องจนมีการสืบทรัพย์ และพบว่ามีที่ดินแปลงนี้ จึงขายทอดตลาดตามกระบวนการ ก่อนทนายจะมาประมูลได้ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือทำไมทนายต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายกับคนจน ที่ไม่มีแม้เงินซื้อนมให้หลาน

ภาพ/ข่าว

สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์