กาฬสินธุ์-ผู้ปกครองโวยครูตบบ้องหูลูกชายม.5เหตุทรงผมผิดระเบียบ

17

ผู้ปกครองนักเรียนชายชั้น ม.5 โรงเรียนชื่อดังในอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์โวยลั่นลูกชายถูกครูตบหน้าและบ้องหู พร้อมระบุทำรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ ด้านครูฝ่ายปกครองยอมรับทำจริง แต่ไม่ได้ตบแรง เพียงแต่ตบเบาๆอบรมสั่งสอนตามหน้าที่ครู เนื่องจากทรงผมผิดระเบียบ และว่ากล่าวตักเตือนแต่เด็กกลับไม่เถียงไม่ยอมฟังซ้ำยังจะชกกลับ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้เฟชบุ๊ครายหนึ่งโพสต์ข้อความ ระบุว่า ลูกชายถูกครูในโรงเรียนตบหน้าและบ้องหู คาดว่าสาเหตุเกิดทรงผมผิดระเบียบ ซึ่งผู้ปกครองรายดังกล่าวมองว่าเป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุหรือไม่

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ น.ส.อุ่นเรือน แสนรัง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 238 ม.10  ต.กุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นคนที่โพสต์และเป็นแม่ของนายภาคิน แสนรัง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์

นายภาคิน แสนรัง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเลิกแถว มีครูผู้ชายฝ่ายปกครองเรียกให้ไปหา บอกว่าทรงผมรองทรงที่ตัดอยู่ผิดระเบียบ ให้ไปตัดแก้มาใหม่ ซึ่งตนก็ถามว่าให้แก้เป็นทรงอะไร แต่ครูกลับบอกว่าไม่ต้องมาเถียง และพูดว่าตบนักเรียนก่อนเกษียณดีไหม จากนั้นครูฝ่ายปกครองก็ได้ตบเข้าที่ใบหน้าและหูของตน 1 ครั้ง จนหูเอื้อ หลังเกิดเหตุได้ไปถามผู้อำนวยการโรงเรียนว่าการกระทำดังกล่าวรุนแรงไปหรือไม่ และกลับไปที่บ้านและเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟัง

ด้าน น.ส.อุ่นเรือน แสนรัง อายุ 37 ปี แม่นายภาคิน แสนรัง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนได้พาลูกชายไปตรวจร่างกาย เนื่องจากมีอาการหูอื้อ และปากแตก พร้อมกับเข้าลงบันทึกแจ้งความไว้ที่สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ และโพสต์ในเฟชบุ๊ค ก่อนที่ต่อมาจะมีการติดต่อกับผู้บริหารและครูที่ตบบ้องหูและหน้าลูกชาย เพื่อพูดคุยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางครูบอกว่าจะจ่ายเงินทำขวัญให้กับเด็กจำนวน 3,000 บาท แต่อยู่ๆกลับยกเลิกการพูดคุย และบอกว่าจะไม่คุยหรือเจรจาอีกต่อไป เพราะตนไปโพสต์เฟชบุ๊คก่อน และล่าสุดได้ครูคนดังกล่าวได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับตนเป็นเงิน 300,000 บาท

น.ส.อุ่นเรือน กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวตนอยากขอความเป็นธรรม เนื่องจากกระทำของครูนั้นเป็นการทำที่รุนแรงหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่  ซึ่งลูกชายอยู่ชั้น ม.5 ได้ตัดผมรองทรง ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นไปตามที่กระทรวงออกมาอย่างถูกต้อง แต่ถ้าหากผิดระเบียบจริงๆครูก็ไม่น่าจะลงโทษทำรุนแรงโดยการตบเข้าไปหน้าและบ้องหูเด็ก น่าจะตักเตือนก่อน หรือจะลงโทษโดยการทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติหรือทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ได้ ไม่ควรที่จะรุนแรงเช่นนี้ ซึ่งหลังเกิดเหตุนอกจากจะไม่มีการพูดคุยแล้วยังมีการฟ้องร้องครอบครัวของตนที่ถูกกระทำอีกด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวตนได้เข้าขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

ขณะที่นายสุรพล  กันอุปปัด ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนเขาวงพิทยาคาร อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า ทางโรงเรียนมีกฎระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนว่าเด็กนักเรียนชายจะต้องไว้ผมลองทรง อีกทั้งโรงเรียนมีชื่อเสียงในเรื่องกฎระเบียบ รวมไปถึงด้านวิชาการ มีผลงานด้านการจัดการเรียนการสอนดีเด่น

นายสุรพล  กล่าวว่า สำหรับวันเกิดเหตุตนเองกำลังคุยกับเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งอยู่ที่หน้าอาคารเรียน เพราะเด็กนักเรียนหญิงคนนั้นมีปัญหาจึงได้มาขอคำปรึกษาแล้วตนเองก็เห็นนายภาคินฯ พอดี จึงได้เรียกมาเตือนเรื่องทรงผม และได้บอกว่าทรงผิดระเบียบ เนื่องจากเป็นทรงรากไทรและยาว จึงให้ไปตัดมาใหม่ ซึ่งตนก็บอกเตือนดีๆ แต่เด็กกับตอบว่าทำไหม เพราะอะไรถึงไว้ผมยาวไม่ได้ ตนจึงตบไปที่หน้าเบาๆไม่ได้รุนแรงอะไร แล้วนายภาคิน ก็ยกมืออีกข้างขึ้นมาเหมือนจะต่อยแต่ตนจับเอาไว้ สำหรับการตบหน้าตนเองยอมรับว่าทำจริงแต่ไม่ได้ทำรุนแรงอย่างที่ผู้ปกครองนำไปโพสต์ เพียงแต่เป็นการอบรมสั่งสอนตามหน้าที่ของครูเท่านั้น

นายสุรพล กล่าวอีกว่า  ตนอบรมและสั่งสอนเด็กนักเรียนมาหลายสิบปีแล้ว ไม่เคยมีพฤติกรรมหรือกระทำรุนแรงกับเด็กนักเรียน จะไปถามใครก็ได้ แต่เนื่องจากอยู่ฝ่ายปกครองอาจจะมีการดุว่ากล่าวและเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบบ้าง แต่ก็เป็นการหน้าที่ของครู ที่อยากให้นักเรียนมีระเบียบ วินัย เป็นคนดีเท่านั้น ไม่ได้มีอคติหรือเคยลงไม่ลงมือรุนแรงสักครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนก็ขอความเป็นธรรมกับผู้ปกครองด้วย ควรที่จะพูดคุยกันเสียก่อน ไม่ใช่นำเรื่องราวไปโพสต์ในโลกโซเชียลอย่างนี้

ภาพ/ข่าว – ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์