บุรีรัมย์-ชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.กองปราบขับบิ๊กไบค์บุกข่มขู่ยัดข้อหา ‘เจ้าอาวาส’ รีดเงิน 2.5 แสน

45

ชายฉกรรจ์ขับบิ๊กไบค์อ้างเป็น “ผู้กองณัฐ” ตำรวจกองปราบ บุกค้นกุฏิยัดข้อหา “เจ้าอาวาส” วัดดัง อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวหาขับรถชนคนบาเจ็บ เมา และโกงเงินวัด ขู่เรียกเงิน 2.5 แสน ไม่จ่ายจะจับไปสึกเอาเข้าห้องขัง หลวงพ่อเห็นปืนตกใจทำอะไรไม่ถูกโทรหาพี่สาว เอาที่ไปจำนองแต่ติดวันหยุด จึงยอมถอดสร้อยทอง 3 บาทให้ พร้อมเงิน 5 พัน

วันที่ 28 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านนาแพง ต.บ้านดู่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ว่ามีชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ เข้าไปขู่กรรโชกทรัพย์เจ้าอาวาสถึงในวัด สูญเงินไปกว่า 60,000 บาท จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่าวัดที่เกิดเหตุ คือ วัดกัมมลาวาส ก็ได้พบกับพระอธิการศักดิ์ วิสุทธสีโล อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัด ที่ถูกคนร้ายข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีญาติโยมที่ทราบข่าวต่างพากันมาถามข่าวคราวและให้กำลังใจที่วัด

โดย พระอธิการศักดิ์ หรือหลวงตาจัด เจ้าอาวาส ก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 35- 40 ปี แต่งกายภูมิฐาน ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาในวัด มาสอบถามหาเจ้าอาวาส จากนั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อ “ผู้กองณัฐ” พร้อมโชว์อาวุธปืนที่พกมาด้วย เมื่อเห็นเจ้าอาวาส ได้ทำทีแจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ชนคนบาดเจ็บ ดื่มสุรา และโกงเงินวัด จากนั้นก็เข้าไปยึดโทรศัพท์เจ้าอาวาส ทั้งแจ้งว่าจะนำตัวไปสึกและดำเนินคดี แต่มีข้อเสนอว่า ถ้าจ่ายเงินจำนวน 250,000 บาท จะเคลียร์คดีให้จบ หลวงตาก็บอกคนร้ายไปว่าไม่มีเงิน ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ นำตัวเจ้าอาวาสเข้าไปในกุฏิ พร้อมทั้งค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ไม่พบ จึงพยายามจะเอาเงินให้ได้ โดยแสดงอาการเหมือนจะใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาข่มขู่ เจ้าอาวาสเกรงว่าจะเป็นอันตราย จึงขอโทรศัพท์ที่คนร้ายยึดไปเพื่อติดต่อหาพี่สาว จากนั้นพี่สาวก็เลยเดินทางมาที่วัด คนร้ายก็ขู่พี่สาวให้รีบไปหาเงินมาให้ ถ้าไม่ได้ก็จะแจ้งข้อหาได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน แล้วจะนำตัวเจ้าอาวาสไปสึกและเอาเข้าคุก

เจ้าอาวาส บอกอีกว่า ตอนนั้นพี่สาวก็กลัวว่าจะมีคนกลั่นแกล้งและกลัวจะเป็นอันตราย เพราะคนร้ายใช้ปืนขู่ จึงให้พยายามจะขอร้องคนร้ายว่าไม่มีเงินสด ขอเอาโฉนดไปจำนองในอำเภอพุทไธสงก่อน คนร้ายก็ไม่เชื่อใจได้พาขับรถไปเอง พอไปถึงบริษัทได้ประเมินราคาให้เพียง 60,000 บาท แต่เนื่องจากต้องขอเอกสารการประเมินราคาที่ดินจากสำนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ทำให้ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ จึงพากันกลับมาที่วัด คนร้ายก็ข่มขู่ว่ายังไงก็ต้องหาเงินมาให้ เอามาก่อน 100,000 บาทก็ได้ ไม่งั้นจะนำตัวเจ้าอาวาสไปสึกและดำเนินคดี

ด้านนางเสาร์ สุโพธิ์ ซึ่งเป็นพี่สาวเจ้าอาวาส บอกว่า หลังได้รับโทรศัพท์จากเจ้าอาวาสก็ตกใจ รีบเดินทางไปที่วัดทันที พอเห็นคนร้ายที่อ้างตัวเป็นตำรวจพกปืนมาด้วย ทั้งยังข่มขู่จะเอาเงินให้ได้ จึงตัดสินใจเอาทองที่ใส่อยู่น้ำหนัก 3 บาท ถอดให้คนร้าย พร้อมเงินของเจ้าอาวาสอีก 5,000 บาท ถึงแม้จะมั่นใจว่าเจ้าอาวาสไม่ได้ทำอะไรผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่ด้วยความที่กลัวจะได้รับอันตรายเพราะคนร้ายมีปืน จึงจำเป็นต้องยอมทำตามไป พอคนร้ายขับรถออกจากวัดไป จึงได้ไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชนัญช์พัศ สระบัวบาน รอง สว.สอบสวน สภ.นาโพธิ์ เพื่อให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เพื่อจะได้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก เพราะหลายคนก็ไม่รู้ขั้นตอนกฎหมายและไม่รู้ว่าใครเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม ทั้งยังพกอาวุธมาข่มขู่ด้วย ใครก็ต้องกลัว แต่หากจับกุมได้ก็อยากถามว่าทำไมถึงกล้าทำไม่กลัวบาปกรรมบ้างหรือ

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์