นครพนม-ลูกชายห่วงแม่กลัวน้าป่วยจิต จะทำร้ายแม่คว้ามีดฟันดับคาที่

43

สลด!ลูกชายห่วงแม่ น้าป่วยจิตจะทำร้าย คว้ามีดฟันดับคาที่ รอมอบตัวสารภาพ ไม่ตั้งใจ ทำไปเพราะปกป้องแม่ จะถูกทำร้าย

วันที่ 20 มีนาคม 2563 ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ มะลาศรี รอง สารวัตรสอบสวน สภ.นาหว้า นครพนม รับแจ้ง มีเหตุทำร้ายร่างกายกัน ระหว่างพี่น้อง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จากการถูกอาวุธมีดฟันที่ต้นคอ เหตุเกิด บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 25/1 บ้านสามัคคี หมู่ 7 ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม จึงรายงานไปยัง พ.ต.อ.กิตติพงศ์ พันธุ์ศรี ผกก.สภ.นาหว้า พร้อม นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลนาหว้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ชันสูตรศพ โดยในที่เกิดเหตุ พบสภาพศพผู้ตาย เป็นหญิง นอนเสียชีวิต หน้าบ้านเลขที่ 25/1 บ้านสามัคคี หมู่ 7 ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม ถูกฟันด้วยมีดพร้า ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เลือดอาบทั่วตัว ตรวจสอบสภาพศพ พบมีแผลฉกรรจ์ลึก ที่ต้นคอ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลัง คือ นางสาวพัชราภรณ์ โคตรพรหม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 7 บ้านสามัคคี ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ จึงตรวจสอบเก็บหลักฐาน ประกอบการดำเนินคดี

นอกจากนี้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุ เป็นชาย อายุ 16 ปี ยังยืนให้การในที่เกิดเหตุ ด้วยอาการตกใจ สภาพเสื้อผ้าเปื้อนเลือด และพบอาวุธมีดพร้า ตกใกล้ที่เกิดเหตุ สอบถาม รับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุ เนื่องจาก ผู้ตาย เป็นน้าสาว น้องของแม่ แต่มีอาการป่วยทางจิต ประสาทหลอน มานานหลายปี จนกระทั่งล่าสุด เกิดอาการคุ้มคลั่ง ได้ขับรถจักรยานยนต์ มาจากบ้าน ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกัน พร้อม ถืออาวุธมีด เข้ามาพยายามทำร้าย แม่ คือ นางภวนา โคตรพรหม อายุ 51 ปี พร้อมตะโกนว่า กูจะฆ่ามึง จากนั้น ผู้ตาย ได้วิ่งเข้าไปทำร้ายแม่ ขณะยืนอยู่หน้าบ้าน จนล้มลง และผู้ตายกำลังจะใช้มีดฟัน ผู้ก่อเหตุเลยวิ่งเข้าไป แย่งมีด และฟันไปยังผู้ตาย ด้วยความ โมโห และเกรงว่าแม่จะถูกทำร้าย เป็นเหตุให้ถูกต้นคอ เป็นแผลลึกเลือดทะลัก เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ โดยทางผู้ก่อเหตุ ยืนยันทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โมโห เพราะจะมาทำร้ายแม่ และต้องการปกป้องแม่ ซึ่งยอมรับผิด พร้อมให้ตำรวจดำเนินคดี ตามกฎหมาย ภายหลัง ตำรวจจึงได้ ควบคุมตัวไปสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้น แจ้ง ข้อหา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ทางตำรวจ ได้ ฝากเตือน พี่น้องประชาชน หากมีบุคคลในหมู่บ้านชุมชน หรือในครอบครัว มีอาการ ทางประสาท หรือป่วยจิต ควรหมั่นตรวจสอบ ดูแล ประสานหน่วยงาน เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแล หาทางป้องกัน ไม่ให้ เกิดเหตุการณ์สลด ลักษณะนี้ ขึ้นซ้ำอีก

ภาพ/ข่าว ปิยพงศ์ โพชะราช /นครพนม