บุรีรัมย์-แม่สุดทนลูกแอบขโมยข้าวเปลือกไปขายซื้อเหล้ากินต่อว่าไม่พอใจจับแขนแม่เหวี่ยงคว้ามีดในตะกร้าหมากสุ่มแทงดับ

45

ยายวัย 67 ปีชาว อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ สุดทนลูกชายแออบขโมยข้าวเปลือกในยุ้งไปขายซื้อเหล้ากิน ตะโกนต่อว่า “ไม่มีปัญญาหาทางอื่นแล้วเหรอ ข้าวหมดแล้วจะกินอะไร” ลูกไม่พอใจกระโจนจับแขนแม่เหวี่ยง แม่คว้ามีดปลายแหลมในตะกร้าหมากแทงสวนบาดเจ็บ ไม่ยอมไปรักษาแค่ทำแผลที่ รพ.สต.แล้วกลับมากินเหล้าต่อ สุดท้ายพบนอนเสียชีวิตหน้าบ้าน เพื่อนบ้านเผยต่างเห็นใจและสงสารยาย

วันที่ 19 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านปะเคียบ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ว่า ได้เกิดเหตุสลดใจลูกชายพยายามจะขโมยข้าวเปลือกในยุ้งไปขาย เพื่อนำเงินไปซื้อเหล้าดื่ม ผู้เป็นแม่เข้าห้ามและต่อว่าไม่ให้เอาไปขายเพราะกลัวไม่มีข้าวกิน แต่ลูกชายกลับไม่พอใจจะเข้าทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง ซึ่งขณะเกิดเหตุแม่ถือตะกร้าหมากอยู่ในมือจึงคว้ามีดปลายแหลมที่ใช้สำหรับหั่นหมาก แทงสุ่มออกไปเพื่อป้องกันตัว พลาดไปโดนบริเวณใต้ราวนมข้างซ้ายลูกชายได้รับบาดเจ็บ แต่ลูกชายไม่ยอมไปหาหมอ แค่ไปทำแผลที่ รพ.สต. แล้วกลับไปนั่งดื่มเหล้าต่อสุดท้ายพบนอนเสียชีวิตหน้าบ้าน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (18 มี.ค.)

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบว่าทางครอบครัวได้นำศพของนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ลูกชายที่แทงเสียชีวิต ไปประกอบพิธีฌาปนกิจศพที่วัดแล้ว ส่วนบรรยากาศที่บ้านก็มีชาวบ้านมาช่วยงานจำนวนมาก ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นใจและสงสารผู้เป็นแม่เป็นอย่างมาก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้พบกับ นางตึ่ง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ผู้เป็นแม่ ซึ่งนั่งอยู่ที่บ้านในอาการโศกเศร้าเสียใจ หลังจากได้มอบตัวพร้อมรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สภ.คูเมือง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ

จากการสอบถามยายตึ่ง ก็เล่าให้ฟังว่า ตอนประมาณ 15.00 น. วานนี้ ขณะนั่งเคี้ยวหมากอยู่หน้าบ้าน ก็เห็นนายสมศักดิ์ ลูกชาย ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาเดินถือกระสอบปุ๋ยตรงไปที่ยุ้งข้าว แล้วขึ้นไปตักเอาข้าวเปลือกใส่ในกระสอบ 1 กระสอบ แล้วโยนลงจากยุ้ง กำลังจะตักเอาข้าวเปลือกใส่กระสอบที่สอง นางตึ่ง ผู้เป็นแม่จึงเดินไปที่ยุ้งโดยหิ้วตะกร้าหมากไปด้วย ซึ่งในตะกร้าหมากมีมีดปลายแหลมด้ามทำด้วยไม้ยาวประมาณ 23 เซนติเมตร 1 ด้าม และมีดปลายแหลมพร้อมด้ามพลาสติกสีแดงยาวประมาณ 18 เซนติเมตรอีก 1 ด้าม ที่สำหรับเอาไว้หั่นหมากเคี้ยว ไปยืนอยู่หน้ายุ้งแล้วตะโกนว่านายสมศักดิ์ ลูกชายว่า “มาตักเอาข้าวทำไม ไม่มีปัญญาหาทางอื่นแล้วเหรอ ข้าวหมดแล้วจะกินอะไร” ทำให้ลูกชายไม่พอใจกระโดดลงจากยุ้งตรงเข้ามาหาตนเอง เข้ามากระชากแขนแล้วเหวี่ยงอย่างแรง ด้วยความโมโห ตนจึงหยิบมีดในตะกร้าหมากแทงสวนออกไปข้างหน้า 1 ครั้ง โดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้โดนลูกแค่ป้องกันตนเองเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเคยถูกลูกชายทำร้ายหลายครั้งจึงกลัว แต่ปรากฏว่ามีดพลาดไปโดนที่บริเวณใต้ราวนมซ้ายของลูกชาย จนได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุก็บอกให้ลูกไปหาหมอ แต่ลูกชายไม่ฟังกลับไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนต่อ กระทั่งเพื่อนที่กินเหล้าด้วยกันบอกให้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปะเคียบ ซึ่งหมอก็ทำแผลให้ แต่เนื่องจากแผลค่อนข้างลึก ทาง รพ.สต.จึงเตรียมรถฉุกเฉินเพื่อจะส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลคูเมือง แต่ด้วยความเมานายสมศักดิ์ ก็ไม่ยอมไป ยังกลับดื่มเหล้าต่อกับเพื่อนอีก พอดื่มเหล้าเสร็จประมาณ 18.00 น. ก็กลับไปนอนที่ชั้นล่าง แม่ก็ไปเรียกอีกเพื่อจะบอกให้ลูกไปหาหมอ ก็พบว่าลูกเสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์บอกลูกสาวคนโตซึ่งอยู่บ้านอีกหลังให้มาดู แล้วแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ ซึ่งแม่ก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ได้รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่นางรุ่ง เพื่อนบ้าน บอกว่า เห็นนายสมศักดิ์ ดื่มเหล้าเมาเป็นประจำและชอบมาขอเงินแม่ ทั้งที่ผู้เป็นแม่ก็อายุมากมีรายได้เพียงเบี้ยผู้สูงอายุ ส่วนข้าวเปลือกลูกสาวคนโตก็เอามาให้ไว้กินครั้งละ 2-3 กระสอบ แต่นายสมศักดิ์ ลูกชายก็แอบขโมยไปขายหลายครั้ง แม่ก็ห้ามตลอดจนมีปากเสียงกันบ่อย จนครั้งล่าสุดลูกชายก็เมามาและจะเอาข้าวเปลือกไปขายอีก ยายจึงต่อว่าแต่ลูกชายก็ไม่พอใจตนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็คิดว่ายาย คงไม่ตั้งใจคงจะแค่ป้องกันตัวเท่านั้น และคิดว่าหากนายสมศักดิ์ ยอมไปหาหมอเพื่อรักษาบาดแผลก็คงจะไม่เสียชีวิต ก็รู้สึกเห็นใจและสงสารยาย

ขณะที่พนักงานสอบสวน เบื้องต้น ก็ได้แจ้งข้อกล่าวหานางตึ่ง ผู้เป็นแม่ “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและเข้ามอบตัวเอง

ภาพ/ข่าว สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์