สุรินทร์-ญาติร่ำไห้ หนุ่มใหญ่น้อยใจชะตาชีวิตแขวนคอลาโลกทิ้งจดหมายตัดพ้อถึงโชคชะตาชีวิตที่ต้องอยู่คนเดียว

33

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ร.ต.อ.วัชรากร ปุริมายะตา ร้อยเวรสอบสวน สภ.พนมดงรัก ได้รับแจ้งจากนายล้วน คลุ้มกระโทก ผู้ใหญ่บ้าน บ.รุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ว่ามีลูกบ้านเป็นชายใช้ผ้าขาวม้าผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักของตัวเอง จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.พฤทธิ์ บุญปก ผกก.สภ.พนมดงรัก ให้ทราบและประสานแพทย์เวร รพ.พนมดงรัก หน่วยกู้ภัยสุรินทร์จุด อ.พนมดงรัก รุดเข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าว

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เลขที่28 ม.1 บ.รุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีเพื่อนบ้านยืนมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก หลายคนพูดคุยแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้เสียชีวิต บางคนถึงกับร้องไห้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูเข้าไปที่ชั้นล่างของบ้าน พบศพของผู้เสียชีวิตเป็นชายใช้ผ้าขาวม้าผูกคอติดกับขื่อบ้านโดยใช้ผ้าขาวม้า ที่มือข้างซ้ายได้กำกระดาษเขียนจดหมายไว้แน่น ทราบชื่อต่อมาชื่อนายภาราดร ทองประดับ อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว

จากการตรวจสอบบริเวณภายในบ้านของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ข้าวของภายในบ้านยังคงอยู่ในสภาพปกติ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ทำการนำศพผู้เสียชีวิตลงมา เพื่อให้แพทย์เวร จาก รพ.พนมดงรัก ได้ชันสูตรโดยละเอียด พร้อมกับนำจดหมายที่อยู่ในมือผู้ตาย มอบให้ ร.ต.อ.วัชรากร ปุริมายะตา ร้อยเวรสอบสวน สภ.พนมดงรัก

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจดหมายพบว่าเป็นการเขียนจดหมายตัดพ้อถึงโชคชะตาชีวิตที่ต้องอยู่คนเดียวและเนื้อจดหมายบางส่วนก็มีการขอโทษพ่อและญาติๆที่ตัดสินใจทำแบบนี้ สร้างความเศร้าสลดใจให้กับญาติๆและเพื่อนบ้านที่มามุงดูเป็นอย่างมาก หลายคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจชันสูตรพร้อมกับแพทย์เวร รพ.พนมดงรัก ทราบว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 ชม.และไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย ทางญาติผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้ติดใจใดๆในสาเหตุของการเสียชีวิตครั้งนี้ ทาง ร.ต.อ.วัชรากร ปุริมายะตา ร้อยเวรสอบสวน สภ.พนมดงรัก จึงได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้ญาติได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

นาย ล้วน คลุ้มกระโทก ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ.รุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่านายภาราดร ทองประดับ ผู้ตายนั้น ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงลำพังมานานกว่า10ปี เพราะไม่มีครอบครัว พ่อแม่ก็แยกทางกันและต่างคนต่างไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนน้องอีก 2 คนก็ไปอยู่กับพ่อ ตัวนายภาราดร นั้นมีอาชีพรับจ้างขับรถ นานๆจะเข้ามานอนที่บ้านหลังนี้ครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้นายภาราดรกลับมานอนที่บ้านได้ 4-5 วันแล้ว แต่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร นิสัยใจคอดีไม่เคยเห็นเกเร ร่างกายก็แข็งแรงปกติ แต่ที่ได้ยินจากญาติๆและเพื่อนบ้านข้างเคียง คือนายภาราดรจะบ่นอยากฆ่าตัวตายเพราะน้อยใจในชะตาชีวิตที่ครอบครัวแตกแยกต้องอยู่ตามลำพังคนเดียวอยู่บ่อยๆ จนล่าสุดเมื่อวานนี้ตอนหัวค่ำขณะนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนๆนายนภาราดรก็บอกว่าจะผูกคอตาย แต่ทุกคนก็ปลอบใจและไม่คิดว่าเขาจะทำจริงๆ จนเมื่อเช้านี้เวลาประมาณ07.00น.ญาติที่บ้านอยู่ข้างเคียงกันเดินมาเปิดประตูบ้านก็พบว่านายภาราดรได้ผูกคอตัวเองจริงๆ ตนเองและญาติๆก็รู้สึกเสียใจคงต้องช่วยกันดูแลงานศพให้เขาต่อไปจนเสร็จสิ้น

ภาพ/ข่าว เขมชาติ ชุณหกิจขจร รมิตา  สิงหเสรี /สุรินทร์