กาฬสินธุ์-ด่วน!!ศาลฎีกายืนประหารชีวิตอดีตผบญ.ฆ่าข่มขืนน้องสโนว์

21

ด่วนศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ประหารชีวิตอดีตผู้ใหญ่บ้านสีถานตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ข่มขืนกระทำชำเราน้องสโนว์ ด้านครอบครัวพลประสิทธิ์ระบุน้องสโนว์ได้รับความเป็นธรรมแล้ว พร้อมขอบคุณกระบวนการยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตลอดจนสื่อมวลชนที่คอยให้กำลังใจ

จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ น้องสโนว์ อายุ 18 ปีนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ถูกคนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ล้ม เพื่อหวังจะข่มขืนแต่เหยื่อขัดขืนจึงถูกทำร้ายร่างกาย จนตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2558 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลากว่า 100 วันจึงรวบรวมหลักฐานและเข้าจับกุมนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2559 พร้อมตั้งข้อหาหนัก ข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2560 ศาลชั้นต้นจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตัดสินประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท แต่จำเลยได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ปฏิเสธ กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ก.ค.61 ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนโทษประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามศาลชั้นต้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีหมายเลขดำที่ อ. 2112/2559 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1381/2560 ที่โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนางลำไย พลประสิทธ์ โจทก์ร่วมที่ 1 นายกฤษ พลประสิทธ์ โจทก์ร่วมที่ 2 ยื่นฟ้อง นายกฤติเดช ระเวงวรรณ อดีตผู้ใหญ่บ้านสีถาน ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.58 หลังจากที่ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือ “น้องสโนว์” ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากโรงเรียนตามปกติ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกฤษ และนางลำใย พลประสิทธิ์ พ่อ แม่ พร้อมนางสาวภัทรานิษฐ์ พลประสิทธิ์ และญาติพี่น้อง ตลอดจนเพื่อนบ้านเดินทางมาฟังคำพิพากษาตั้งแต่เช้าเวลา 08.30 น.ทั้งนี้นางลำใยยังคงสวมชุดข้าวไว้ทุกข์และกอดรูปถ่ายของน้องสโนว์ ลูกสาวไว้แนบอกตลอดเวลาเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา  ท่ามกลางความสงสารของประชาชนที่พบเห็น และมีเจ้าหน้าที่ศาลกำหนดพื้นที่ให้สื่อมวลชนที่มาคอยติดตามคดี พร้อมกับดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปฟังคำตัดสินในช่วงเวลา 09.30 น.

โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เร้นให้กับจำเลยฟังในช่วงเวลาประมาณ 10.00  น.ใช้เวลา กว่า 30 นาที แต่ไม่มีญาติของจำเลยมาร่วมรับฟัง โดยสาระสำคัญที่จำเลยฎีกามีความขัดแย้งกันหลายอย่าง อีกทั้งศาลอุทธรณ์พิจารณาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ฝ่ายโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานแน่ชัด แต่ปรากฏพยานแวดล้อมหลายปากที่ให้การสอดคล้องกัน ร่วมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะรอยแผลที่บริเวณนิ้วมือ ซึ่งเป็นรอยกัดของฟันของมนุษย์ และลูกอัณฑะที่บวม เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ที่ได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ก็มีหลักฐานยืนยันจากนิติวิทยาศาสตร์ว่ามีร่องรอยเฉี่ยวชนกัน ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเป็นพยานและหลักฐานที่มั่งคง จึงตัดสินให้ลงโทษตามศาลศาลอุทธรณ์ คือประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม 2,390,000 บาท อย่างไรก็ตามทันทีที่ครอบครัวพลประสิทธ์ฟังคำตัดสินเสร็จแล้วได้เดินออกมาจากศาลด้วยอาการน้ำตาซึม พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ตลอดจนสื่อมวลชน

นางลำใย พลประสิทธิ์ แม่น้องสโนว์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตมาจนถึงปัจจุบันผ่านล่วงเลยมากว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งทางครอบครัวได้บอกกับน้องสโนว์ว่าจะต้องได้รับความเป็นธรรม และครอบครัวจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด กระทั่งในวันนี้ลูกสาวก็ไดรับความเป็นธรรมแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ตลอดจนสื่อมวลชนที่คอยให้กำลังใจตลอดมา

ด้านนางสาวภัทรานิษฐ์ พลประสิทธิ์ พี่สาวน้องสโนว์ กล่าวว่า วันนี้อยากบอกน้องสาวว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง และน้องก็ได้รับความเป็นธรรมแล้ว คนร้ายก็ถูกตัดสินดำเนินคดีแล้ว ต่อไปตนก็ต้องทำหน้าที่ลูก ดูแลพ่อ แม่แทนน้องสาว

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่23 ธันวาคม 2558 ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้า น้องสโนว์ ขี่รถจักรยานยนต์ไปเรียนตามปกติ จนในช่วงเย็นเวลากลับบ้านถึงที่เกิดเหตุถูกค้นร้ายสะกดรอยขี่จักรยานยนต์ประกบและใช้เท้าถีบ โดยคนร้ายพยามจะข่มขืนแต่ น้องสโนว์ ขัดขืนและกัดและบีบลูกอัณฑะ จนสามารถหลีกหนีการข่มขืนได้ แต่เนื่องจากถูกทำร้ายมีอาการสาหัสจึงได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จนเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จับกุมตัว นายกฤติเดช ระเวงวรรณ ผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ที่ 15 ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมตั้งข้อหาฉกรรจ์ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยส่งสำนวนถึงอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2559

ซึ่งอัยการจังหวัดตั้งองค์คณะขึ้นมาพิจารณาคดี 1 เดือน แล้วส่งฟ้องศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2559 และศาลได้รับเป็นคดีดำที่ 2112/2559 และสืบพยานโจทก์รวม 40 ปากพร้อมพยานเอกสาร ในเดือนพฤศจิกายน 2559 และสืบพยานจำเลย 11 ปาก ในช่วงเดือนธันวาคม 2559 และนัดฟังการคำตัดสินคดี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย ใช้สิทธิอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนโทษประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามศาลชั้นต้น กระทั่งล่าสุดศาลฎีกามีคำตัดสินยืนโทษประหารชีวิตนายกฤติเดช ระเวงวรรณ จำเลย และให้ชดใช้ค่าสินไหมในวันนี้

ภาพ/ข่าว ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม จ.กาฬสินธุ์