บุรีรัมย์-มอบตัวแล้วโจรอีโต้บุกเดี่ยวชิงทองร้านมือถือ

52

วันที่ 17 ม.ค.63  ความคืบหน้ากรณีที่มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัดความสูงประมาณ 160 เซนติเมตร   แต่งกายมิดชิดด้วยเสื้อแขนยาว  กางเกงขายาว  สวมหมวกกันน๊อกสีแดงปิดบังใบหน้า   ถือมีดอีโต้บุกเข้าไปชิงทองคำรูปพรรณ  ภายในร้านขายโทรศัพท์มือถือ “พูนสินโฟน”  ตั้งอยู่เลขที่ 17 – 19 ถนนพิพัฒน์  ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์    ได้ทองคำรูปพรรณที่ลูกค้านำมาจำนำไว้ 10 ถุง  เหตุเกิดช่วงเวลา 12.57 น. วานนี้ (16 ม.ค.)  ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านตัดผมซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุสามารถบันทึกภาพ  คนร้ายขณะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีได้ชัดเจน 

ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ชาญชัย     พงษ์พิชิตกุล   ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์  ก็ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด  และชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์   เร่งออกติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว   จากนั้นทางตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ  ก็ได้กระจายกำลังออกแกะรอยหาเบาะแสคนร้ายอย่างต่อเนื่อง     

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา   ผู้นำชุมชน  และญาติ  ได้พานายพิสิฎฐ์   พ่อค้า อายุ 29 ปี   ชาวบ้านโคกสะอาด   ต.สะแกซำ   อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์   คนร้ายที่ก่อเหตุควงอีโต้ชิงทองในร้านมือถือ  ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด  เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์   พร้อมทั้งได้นำของกลาง  สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 7.6 กรัม,สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3.8 กรัม ,  แหวนทองคำ   น้ำหนัก  0.9  กรัม ที่คนร้ายขโมยไป   รวมทั้งรถจักรยานยนต์  ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สี แดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  ที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ, หมวกกันน็อก สีแดง แบบครึ่งใบ,เสื้อแขนยาว สีเขียวอมฟ้า, กางแกงขายาว สีดำ รองเท้าแตะสีดำ แบบคีบ  ที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ,กระเป๋าสะพายข้าง สีน้ำตาล  1 ใบ  และธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 4 ฉบับ รวมเป็นเงิน 4,000 บาท  ที่คนร้ายได้มาจากการนำทองไปขาย  มาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย  ส่วนมีดอีโต้ที่ใช้ในวันเกิดเหตุคนร้ายอ้างว่าได้โยนทิ้งสระน้ำข้างทางระหว่างขับรถจักรยานยนต์หลบหนี

ซึ่งจากการสอบสวนนายพิสิฎฐ์ ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุถืออาวุธมีดเข้าไปชิงทองในร้านมือถือดังกล่าวจริง โดยอ้างว่าที่ทำไปเพราะติดหนี้การพนัน   จึงต้องการหาเงินไปใช้หนี้พนัน   โดยหลังก่อเหตุได้นำทองบางส่วนไปขายแล้ว ได้เงินมาประมาณ 30,000 บาท  แต่นำไปใช้หนี้และใช้จ่ายส่วนตัวเหลือเงินแค่ 4,000 บาท และทองบางส่วนเท่านั้น    

ส่วนทองที่คนร้ายขโมยไปจากการตรวจสอบพบมีทั้งหมด 6 ชิ้น รวมน้ำหนักประมาณ 3 บาทเศษ  ไม่ใช่ 10 บาท หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหา  “ลักทรัพย์ โดยมีอาวุธ  และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”

ภาพ/ข่าว   สุรชัย    พิรักษา  / บุรีรัมย์