หนองคาย-รวบหนุ่มกระชากสร้อยคอยายตู้ทองเคลื่อนที่

73

สองผัวเมียชาวโพนพิสัย ก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำครูเกษียณหนัก 3 บาท นำไปขายแล้วซื้อทองคำเส้นใหม่ เอาเงินส่วนต่าง ถูกตำรวจตามรวบได้ สารภาพเห็นเหยื่อเป็นหญิงชราใส่ทองเส้นใหญ่ ยั้งใจไม่ไหวขี่รถตามก่อนกระชากทอง หวังไว้ทำทุนและหาเงินค่านมลูก ขณะที่ผู้เสียหายบอกทุกวันใส่ทองรวมแล้วกว่า 10 บาท หลังเข็ดแล้วไม่ใส่อีกแล้ว

                เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 62 ที่ห้องสืบสวน สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย, พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย , พ.ต.ท.อดุลย์ ศรีทอง รองผกก.(สส.), พ.ต.ต.อัครเดช วงศ์โสภา สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายกิตติศักดิ์ เหล่าทวีโชค อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264/3 หมู่ 5 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย และนางสาวกนกอร อินทร์เชื้อ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 6 ต.เหล่าต่างคำ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ทะเบียน 1 กศ9535 อุดรธานี, สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น หนัก 50 สตางค์ 1 เส้น แหวน 1 สลึง 1 วง และ เงินสด 4,900 บาท โดยทั้งสองคนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด 

                พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รองผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันนี้ ได้รับแจ้งจากนางทัศนี สุวรรณทัพ อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 หมู่ 13 บ้านจอมทอง ต.จุมพล อ.โพนพิสัย ครูบำนาญ ว่ามีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์กระชากสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท ขณะจะเปิดรั้วเข้าบ้าน แล้วหลบหนีไป พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนทำการตรวจสอบโดยเช็คจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง ก็พบรูปพรรณสัณฐานคนร้าย จนสามารถติดตามจับกุมทั้งสองคนได้ที่บ้านพักพร้อมของกลางทั้งหมด

                จากการสอบสวนนายกิตติศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ช่วงเช้าขี่รถจักรยานยนต์มากับแฟนเพื่อจะนำพระมาปล่อยเช่าหาเงินค่านมลูกและใช้หนี้งวดรถจักรยานยนต์ โดยขี่รถไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย และได้เห็นนางทัศนี เป็นหญิงสูงวัยขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว แถมใส่สร้อยคอเส้นใหญ่ จึงอดใจไม่ไหวขี่รถตาม พอเห็นนางทัศนีจอดรถจักรยานยนต์ลงจากรถเดินไปเปิดรั้วบ้าน ตนก็ลงจากรถให้แฟนรออยู่บนรถ แล้วลงไปบิดสร้อยให้หักออกจากกัน โดยไม่ได้กระชากเพราะเห็นว่าเหยื่อมีอายุมากแล้ว กลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บ หลังจากได้ทองแล้วก็รีบวิ่งขึ้นรถขี่กลับบ้าน เอะใจว่าจะเป็นทองแท้หรือไม่ จึงได้นำไฟมาลน ก็พบว่าเป็นทองจริง จากนั้นได้เปลี่ยนเป็นใช้รถยนต์ขับมาตัวเมืองหนองคาย ไปที่ร้านทองแห่งหนึ่งนำทองไปขาย โดยอ้างกับร้านทองว่าทำทองขาด ได้เงิน 57,000 บาท และเพื่อให้แนบเนียนจึงได้ซื้อทองเส้นใหม่ เป็นสร้อยคอ 1 บาท 50 สตางค์ และแหวน 1 สลึง 1 วง มีเงินเหลืออีกส่วนหนึ่ง ก็ได้นำเงินไปใช้หนี้ส่วนหนึ่ง ซื้อนมให้ลูก และหวังจะเก็บทองไว้แปรสภาพเป็นเงินทุนเปิดร้านขายไก่ย่าง

                ขณะที่นางทัศนี สุวรรณทัพ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนไปทำธุระหลายที่ในตัวอำเภอโพนพิสัย แล้วขี่รถกลับบ้าน จังหวะที่เปิดรั้วจะเข้าบ้านจู่ ๆ ก็มีคนมาข้างหลังแล้วสร้อยคอก็หลุดไป ตนตกใจมากรีบร้องให้คนช่วย โชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือเอาทองเส้นอื่นไป เพราะตนใส่ทองหลายเส้น ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวนทอง รวมแล้วกว่า 10 บาท หลังจากเกิดเหตุจะไม่ใส่ทองเต็มตัวอีกแล้ว เกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีกและต้องขอบคุณตำรวจที่ตามตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

                พ.ต.อ.เดชพล เปรมศิริ รองผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง อย่าใส่ทองคำหรือเครื่องประดับมีมูลค่ามากจนเกินไปจนเป็นที่สะดุดตาของคนร้าย โดยเฉพาะผู้หญิงสูงวัยต้องระมัดระวังตัวให้มากเป็นพิเศษ.

……………………….

กำธร กองสมบัติ / หนองคาย