บุรีรัมย์-ศึกสายเลือดปมตัดกิ่งกระท้อน

14

                คืบหน้าศึกสายเลือดปมแค่ตัดกิ่งกระท้อน   ตำรวจ สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์  เรียก 2 ฝ่ายสอบเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดีเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร  ต้องรอผลตรวจจากแพทย์   ขณะน้าชายที่เข้าห้ามแต่ถูกหลานเขยใช้เลื่อยสับหัวเลือดอาบเย็บ 7 เข็ม ยันเอาผิดตาม กม. เพราะหลังก่อเหตุไม่รับผิดชอบค่ารักษาหรือขอโทษสักคำ   

               (19 พ.ย.62)   ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านใน ต.ปราสาท   อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ได้เปิดศึกสายเลือดตะลุมบอน  และใช้เลื่อยทำร้ายร่างกายกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ  สาเหตุเพียงแค่อีกฝ่ายจะตัดกิ่งต้นกระท้อนที่ยื่นออกไปในที่ดินของเขาทิ้ง   เพื่อจะให้รถเข้าไปถมดิน  แต่อีกฝ่ายที่เป็นคนปลูกไว้ไม่พอใจ เพราะไม่ได้ขออนุญาตก่อนจึงห้ามไม่ให้ตัด   จนเกิดการโต้เถียงรุนแรงและใช้เลื่อยธนูทำร้ายกันบาดเจ็บ  เหตุเกิดวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา  ทั้งนี้ฝ่ายผู้บาดเจ็บได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด  เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านกรวด

               ล่าสุด ร.ต.อ.ยงยุทธ   ไผ่ล้อมวรกล   รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านกรวด เจ้าของคดี  ได้เรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนเพิ่มเติม  เพื่อประกอบสำนวนคดี  แต่เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร  เนื่องจากยังต้องสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องให้ครบทุกปาก   ทั้งต้องรวบรวมพยานหลักฐาน  และรอตรวจสอบยืนยันจากแพทย์ว่าผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสหรือไม่  

ขณะที่นายถาวร   ธิจันทร์ดา   อายุ 49 ปี  น้าชายที่เข้าไปห้ามแต่ถูกหลานเขยใช้เลื่อยธนูสับจนศรีษะเลือดอาบต้องเย็บถึง 7 เข็ม และมีบาดแผลอีกหลายแห่งตามร่างกาย   ก็ยืนยันว่าจะเอาผิดตามกฎหมายกับหลานเขยที่ทำร้ายตัวเองบาดเจ็บ   เพราะตั้งแต่เกิดเหตุทั้งหลานสาวและหลานเขยไม่เคยมาขอโทษสักคำ  ในเมื่อไม่มาขอโทษก็อยากให้แสดงความผิดชอบจ่ายค่าเยียวยาและค่ารักษาพยาบาล    แต่หากหลานเขยมาขอโทษหรือพูดคุยตั้งแต่แรกก็อาจจะไม่เอาเรื่องก็ได้  เพราะก็เป็นเครือญาติกันอยู่แล้ว   

ด้านนางกุหลาบ   ธิจันทร์ดา  อายุ 47 ปี ภรรยาของนายถาวร  เล่าว่า  วันเกิดเหตุตนนั่งกินข้าวโพดอยู่แคร่หน้าบ้าน  แล้วได้ยินเสียงทะเลาะกันรุนแรงจึงวิ่งออกไปดูก็เห็นสายสมโชค   หลานเขยกำลังใช้เลื่อยธนูทั้งสับและฟาดสามีที่ล้มกับพื้นหลายครั้งจนสามีเลือดไหลอาบ   จึงพยายามดึงตัวหลานเขยออกและขอร้องให้หยุด   จากนั้นลูกสาวของตนเองและญาติพี่น้องก็วิ่งเข้ามาช่วยห้ามอีก  หลานเขยจึงยอมหยุด  หลังจากนั้นจึงรีบพาสามีส่งโรงพยาบาล  

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นเครือญาติกันแต่สามีตนเองเป็นฝ่ายถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ  แต่หลานสาวซึ่งเป็นลูกของพี่สาวแท้ๆ  และหลานเขยคนที่ก่อเหตุไม่เคยมาสอบถามหรือขอโทษสักคำเลย  ก็ทำให้รู้สึกเสียใจมาก    และหากวันเกิดเหตุไม่มีใครเห็นหรือเข้าไปช่วยห้ามปรามสามีตนเองก็อาจจะบาดเจ็บสาหัสหรืออาจจะเสียชีวิตก็ได้   จึงอยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายกับหลานเขยตามกฎหมาย  และให้มารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม น.ส.สายฝน  คู่กรณีเพื่อจะสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ก็บอกว่ายังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ ขอให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน  แต่ส่วนจะแจ้งความกลับว่าตนเองกับสามีก็ถูกทำร้ายร่างกายเหมือนกันนั้น   ก็จะปรึกษาทางครอบครัวอีกครั้ง

//////////// สุรชัย พิรักษา  / บุรีรัมย์